กลาโหมไทย–เวียดนามสานต่อความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ ผลักดันกลไก 2+2 และความร่วมมือระดับภูมิภาค รับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่


วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 นอกจากการหารือระดับผู้นำเพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือภายใต้กรอบความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านไทย–เวียดนามแล้ว ฝ่ายความมั่นคงของทั้งสองประเทศยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวขับเคลื่อนความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงควบคู่กัน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ


โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงด้านความมั่นคงของไทย ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ หารือทวิภาคีกับ พลเอก ฟาน วัน ซาง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเวียดนาม เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ห้องรับรองกระทรวงกลาโหมเวียดนาม กรุงฮานอย


การหารือดังกล่าวสะท้อนการดำเนินความร่วมมือระหว่างไทยและเวียดนามอย่างใกล้ชิดในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับผู้นำ ระดับนโยบาย และระดับกองทัพ เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้


1. การยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหม

ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อพัฒนาการความร่วมมือระหว่างกองทัพไทยและกองทัพประชาชนเวียดนามที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือน การศึกษา การฝึก การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ โดยเฉพาะความร่วมมือทางทะเลซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการรักษาความปลอดภัยทางทะเล การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

...


2. ความร่วมมือในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

การหารือยังครอบคลุมประเด็นความมั่นคงรูปแบบใหม่ อาทิ ความมั่นคงทางไซเบอร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมพิจารณาขยายความร่วมมือ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความพร้อมของกองทัพ ในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต


3. การผลักดันกลไก 2+2 และความร่วมมือระดับภูมิภาค

ฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมสนับสนุนการจัดประชุมในรูปแบบ 2+2 ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ เพื่อสะท้อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน และเสริมสร้างกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ไทยยังได้เชิญชวนเวียดนามเข้าร่วมการประชุม ASEAN–ROK Defence Industry Cooperation Conference และงาน THAIDEF-EX 2026 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในระดับภูมิภาคต่อไป


“การหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพของทั้งสองประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่ดำเนินควบคู่ไปกับการหารือระดับผู้นำ สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยและเวียดนามในการเสริมสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ ความพร้อมในการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงในทุกมิติ และร่วมกันสร้างเสถียรภาพ สันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคอาเซียนต่อไป” นางสาวรัชดากล่าว