“พิศาล” โชว์ชื่อคนข้างกายทรัมป์ ที่ “ศุภจี” ควรล็อบบี้ แนะ “สีหศักดิ์” แสดงฝีมือ ใช้พันธมิตรเก่าให้เป็น “ศิริกัญญา” จี้ ทบทวนมติ ครม. เกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ที่อาคารรัฐสภา โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วมพร้อมเพรียง อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายพิศาล มาณวพัฒน์ แคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พรรคประชาชน
จากนั้น นายพิศาล แถลงหลังการประชุมถึงกรณีผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกาสอบสวนอัตราภาษีใหม่ ว่า ตนมีข้อเสนอแนะถึง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือ 1. ต้องมีแผนชัดเจน และจะนัดเจอใครจึงจะได้สิ่งนั้น 2. ต้องเข้าใจกลไกอำนาจในวอชิงตัน ขณะนี้ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ที่ประธานาธิบดีคนเดียว สภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกา ไม่มีน้ำยา ครม.ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ สส. และ สว. พรรครีพับลิกัน เกือบทั้งหมดอวย เอาใจ ไม่อยากขัดใจทรัมป์ 3. การที่นางศุภจี ไปวอชิงตันท่านต้องล็อบบี้เป็น ต้องมุ่งเจอคนที่เขาเข้าถึงทรัมป์ เพราะท่านคงไม่ได้เจอทรัมป์ ท่านต้องมีไพ่ต่อรอง ต้นเดือนที่แล้วตอนที่ท่านไป ท่านได้พบกับคนที่ถูกต้อง ที่ควรพบเพียงคนเดียว นอกนั้นสอบตกในเรื่องของการล็อบบี้
รอบหน้าหากท่านจะไปวอชิงตัน เพื่อการล็อบบี้แบบเป็นมวย ขอให้ นางศุภจี นัดกับคนชื่อต่อไปนี้ ได้แก่ 1. โฮเวิร์ด ลุตนิค รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพื่อนของทรัมป์ สามารถเข้าถึงทรัมป์ได้ 2. ปีเตอร์ นาวาร์โร อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย มือขวาของทรัมป์อยู่ในทำเนียบขาว ทำเรื่องภาษีทรัมป์มากับมือ 3. สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ซึ่งนางศุภจี เป็นรองนายกฯ สามารถขอพบได้ คนนี้ท่านต้องขอพบให้ได้ เพราะเป็นคนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดใน ครม.เศรษฐกิจของทรัมป์ เป็นคนที่มีบทบาทในเรื่องภาษีทรัมป์ และเป็นคนที่น่าจะมาประชุมเวิลด์แบงก์ประจำปีที่ประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้ ขอเสนอแนะให้รัฐบาลเตรียมแผนที่จะสร้างความประทับใจกับคนๆ นี้
...
“นางศุภจี ต้องไปสภาคองเกรส แต่อย่าขอพบ สส. และ สว.พรรคเดโมแครต ท่านต้องถนอม สว.แทมมี่ ดักเวิร์ธ อย่าใช้เธอเป็นยาสามัญประจำบ้าน ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่ฟังพรรคเดโมแครตแน่นอน ท่านต้องเข้าพบพรรครีพับลิกัน สส. และ สว. ที่ใกล้ชิด ต้องเจอคนสำคัญในคณะ กมธ. ที่ดูแลเรื่องภาษีและการค้า เพื่อลดความเสียเปรียบในการตกลงการค้าต่างตอบแทน และขอเสนอแนะให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ไปแสดงฝีมือล็อบบี้ทางการเมือง ท่านต้องใช้ไพ่พันธมิตรเก่าให้เป็น และต้องแสดงให้ฝ่ายการเมืองของวอชิงตันเห็นว่าสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากการเป็นพันธมิตรเก่า”
ทางด้าน น.ส.ศิริกัญญา แถลงถึงหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2568 นายกรัฐมนตรี บอกว่าให้ทบทวนหลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เมื่อเช้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาแถลงและยืนยันการทบทวน โดยบอกว่าการทบทวนครั้งนี้จะไม่ใช่การทบทวนมติ ครม. แต่เป็นการทบทวนหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการกองทุน ซึ่งในรายละเอียดที่ให้ต่อมาคือ รอบปีภาษีนี้คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เนื่องจากลูกๆ ได้ลดหย่อนภาษีไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นพ่อแม่ที่จะยืนยันหรือขอรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ยังขอได้อยู่ แม้ลูกจะเอาชื่อไปลดหย่อนภาษีก็ตาม แต่ในปีภาษีหน้าก็จะกลับไปเป็นตามมติ ครม. เดิม คือถ้าลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษีเมื่อไหร่ พ่อแม่ก็จะถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเมื่อนั้น
“เราคิดว่าตรงนี้เป็นปัญหาอยู่ ซึ่งเราไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้รวมกันได้ เพราะการที่ลูกอุปการะ ไม่ได้หมายความว่าพ่อแม่อยู่ในสถานะที่ไม่เดือดร้อน ฉะนั้น จึงขอเสนอแนะให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ครั้งนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดหย่อนภาษีของลูกและพ่อแม่ รวมถึงเกณฑ์การถือครองที่ดิน 10 ไร่ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่แข็งมาก พบว่ามีเกษตรกรที่อาจมีที่ดินเกิน 10 ไร่ แต่ไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ยังอยู่ในภาวะที่เดือดร้อน จำเป็นต้องได้รับสวัสดิการแห่งรัฐ”
ขณะเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวด้วยว่า ในเกณฑ์หนี้สิน 1 แสนบาท เรื่องนี้จะทำให้เกษตรกรรายย่อยจำนวนมากไม่ได้เข้าเกณฑ์ ขณะที่เรื่องของรถยนต์ ไม่ว่าจะมีกรรมสิทธิ์มาเป็นระยะเวลานานแล้ว มูลค่ารถยนต์จริงไม่เหลือแล้ว หรือเป็นรถยนต์ที่ใช้การไม่ได้แล้ว ก็จะถูกตัดสิทธิ์เช่นเดียวกัน เรื่องนี้มีปัญหาเยอะมากในหลักเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ จึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวนมติ ครม. อีกครั้งหนึ่ง.