3 แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ตอบคำถามปมการซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต มีจริงจะแก้อย่างไร ขณะที่ "ชัชชาติ" ยืนยันในสมัยของตนไม่มีการซื้อขาย หากพบใครเกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้หมด
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และไทยรัฐออนไลน์ จะถ่ายทอดสดรายการพิเศษ "เกมคุมเมือง" เกมท้าชิงวิสัยทัศน์ที่จะวัดกันให้เห็นชัดๆ ว่าผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) คนไหน จะแก้ปัญหาต่างๆ ของเมืองกรุงได้อยู่หมัด พร้อมเจาะลึกวิสัยทัศน์แบบเข้มข้น ผ่านภารกิจสุดท้าทาย ทั้งจิ๊กซอว์วัดกึ๋น, Tier list วิกฤตเมือง, คำถามวัดใจผู้ว่าฯ ร่วมดำเนินรายการโดย ป๋าต๋อย และ กาย พงศ์เกษม
สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และประชันไหวพริบในการแก้ปัญหาให้ประชาชนชาว กทม. ประกอบด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน
ทั้งนี้ หลังจากผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทั้ง 3 คน แสดงวิสัยทัศน์ และเล่นเกมจิ๊กซอว์วัดกึ๋นไปแล้วนั้น ก็เข้าสู่ช่วง "คำถามวัดใจผู้ว่าฯ" โดยให้ผู้สมัครฯ ตอบคำถามท่านละ 2 นาที โดยคำถามที่ 2 คือ "ถ้าการซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต มีจริง จะแก้เรื่องนี้อย่างไร"
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า "เรื่องทุจริตต้องไม่เกิดขึ้น อย่าว่าแต่เรื่องส่วย เรื่องค่าปากถุง ค่าทอนเงิน ค่าอะไรทุกอย่างมันจะต้องไม่มี ต้องเลือกคนจากความสามารถของเขา ไม่ได้เลือกจากใครมีเงินมาจ่ายตำแหน่ง ที่ผ่านมาอาจจะเรียกว่ามีตั๋ว ซึ่งต้องไม่เกิดขึ้นแน่นอน กทม. จะได้มีคนที่มารับผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง
...
เพราะถ้าเขาเอาเงินมาเพื่อซื้อตำแหน่ง แน่นอนว่าจะต้องไปหารายได้ชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นใน กทม. ส่วยจะต้องไม่มี การซื้อขายตำแหน่งจะต้องไม่เกิด โดยตัวผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีความมุ่งมั่นและส่งสัญญาณไปตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งเลยว่า ถ้าเข้ามาแล้ว ใครรู้ใครมีเบาะแส ต้องแจ้งมาโดยตรง
ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์เอง เรามีแพลตฟอร์มส่องรัฐ อะไรที่เป็นข้อมูลข่าวสารมันจะเห็นทันทีว่าผิดปกติอย่างไร ไม่จำเป็นต้องส่งไป ปปช. แล้วถึงจะดำเนินการว่ามีมูลหรือไม่ ฉะนั้นเรื่องของการนำแพลตฟอร์มส่องรัฐมาเพื่อดูการจัดซื้อจัดจ้างว่าผิดปกติหรือไม่ สำนักงานเขตไหนใช้เวลาอนุมัตินานผิดปกติ ใครมีเงินร่ำรวยผิดปกติ เราสามารถตรวจสอบได้ ผ่านแพลตฟอร์มส่องรัฐ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยได้เยอะ"
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เผยว่า "ยืนยันว่าในสมัยของตนไม่มีการซื้อขาย การเลือกตั้งครั้งนี้สิ่งที่ดีคือเราพูดเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเยอะ ซึ่งไม่ใช่พูดแค่ตอนเลือกตั้ง มันต้องพูดทุกวัน เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ไม่งั้นประเทศไทยไปไม่รอด ซึ่งตนพูดตั้งแต่วันแรกที่เป็นผู้ว่าฯ พูดในที่ประชุมทุกครั้งว่าเราไม่ยอมรับต่อการทุจริตคอรัปชั่น
ถามว่าการคอรัปชั่นเริ่มจากไหน คือเริ่มจากคน ถ้าเราเอาคนไม่ดีเข้ามาในตำแหน่ง มันคือจุดเริ่มต้นของคอรัปชั่น การซื้อขายตำแหน่งมันทำให้คนไปหาเงินมาใช้ในการซื้อตำแหน่ง แล้วผู้บริหารที่ไปรับเงินต้องเป็นทาสมันไปตลอด เพราะมันจ่ายเงินเราแล้ว ยังคงยืนยันว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเอาจริงเอาจัง เราเองมีนโยบาย เจ้านายของเราคือประชาชน เราจะทำผลงานให้ดี เราเอาคนขี้โกงมาทำงาน มันไม่มีทางได้ผลงานที่ดีได้ ฉะนั้นมันต้องเริ่มจากการเอาคนที่ซื่อสัตย์ ผลงานเป็นที่ประจักษ์
หากถามวิธีแก้ คือต้องเอาจริงเอาจัง ถ้าใครเกี่ยวข้องต้องดำเนินการให้หมด ถ้ารู้ว่าผู้ว่าฯ เกี่ยวข้อง ก็ต้องจัดการผู้ว่าฯ ติดคุกเลย เพราะมันต้องจริงจังเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริงๆ ต้องมีมาตรการชัดเจน ขบวนการในการคัดเลือกที่ชัดเจน ต้องมีการให้คะแนนเป็นระบบ มีกรรมการที่เป็นคนกลางมาช่วยตรวจสอบขบวนการต่างๆ ซึ่งอันนี้ กทม. มีระบบอยู่ ที่ผ่านมาพูดกับคนใน กทม. ตลอดว่า พวกเราโชคดีมากแล้ว ที่มาเป็นข้าราชการลูกจ้าง กทม. เรามีสวัสดิการดีกว่าประชาชนมากมาย ถ้าคุณยังคิดทุจริตคอรัปชั่น ถือว่าอกตัญญูต่อประชาชน มันเป็นเรื่องที่สำคัญ
นอกจากเรื่องซื้อขายตำแหน่ง หัวใจสำคัญคือต้องเปิดเผยข้อมูลให้ได้มากที่สุด โดยต้องเปิดให้ประชาชนเข้ามาช่วยตรวจสอบ เรามีแอปฯ ฟองดู เมนูพิเศษคือแจ้งคอรัปชั่น สามารถแจ้งเข้ามาได้เลยโดยปกปิดชื่อคนแจ้ง ที่ผ่านมาไล่ข้าราชการออกไปแล้ว 41 คน ใน 4 ปีที่ผ่านมาถือเป็นประวัติการณ์เลย"
คนสุดท้าย นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน เผยว่า "เราได้ยินเรื่องนี้มาตลอดทุกยุคทุกสมัย ฉะนั้นคิดว่าการป้องกันแก้ปัญหาเหล่านี้ มันต้องทำโดยคิดว่าเพราะอะไรถึงมีการซื้อขายตำแหน่ง การซื้อขายตำแหน่งนี้เพราะเขาสามารถเอาตำแหน่งนี้ไปหาผลประโยชน์ได้ แต่การป้องกันเป็นบทบาทและหน้าที่ของผู้ว่าฯ ซึ่งต้องใช้ทั้งความตั้งใจ เอาจริง เจตจำนงทางการเมืองอันแน่วแน่ และระบบเข้ามาช่วย
พรรคประชาชนมีระบบ กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง เป็นหน้าที่ของผู้ว่าฯ ที่จะทำให้คำของบประมาณต่างๆ สามารถตรวจสอบได้ ถ้าตนได้เป็นผู้ว่าฯ ส่วนที่จะแตกต่างก็คือการทำให้คำของบประมาณจากฝ่ายบริหารของผู้ว่าฯ ทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ด้วย AI ซึ่งมันจะตรวจสอบได้ว่ามีการล็อกสเปค ทำให้ราคากลางสูงเกินจริงหรือเปล่า และทำให้ผู้ว่าฯ สามารถป้องกันการทุจริตได้ทุกขั้นตอนและการใช้อำนาจมาหากินกับงบประมาณ ก็จะไม่เกิดขึ้น".