“เกมคุมเมือง” โจทย์ใหญ่ผู้ว่าฯ กทม. กับการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 “ชัชชาติ” ย้ำผลงานที่ผ่านมา ทำได้และเห็นเป็นรูปธรรม สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 45 เปอร์เซ็นต์ มีการทำ Low Emission Zone - จับควันรถดำได้เกือบ 4 เท่า

วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และไทยรัฐออนไลน์ ถ่ายทอดสดรายการพิเศษ "เกมคุมเมือง" ท้าชิงวิสัยทัศน์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) คนไหนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ ของเมืองกรุงได้อยู่หมัด พร้อมเจาะลึกวิสัยทัศน์แบบเข้มข้น ผ่านภารกิจสุดท้าทาย ทั้งจิ๊กซอว์วัดกึ๋น, Tier list วิกฤตเมือง, คำถามวัดใจผู้ว่าฯ ร่วมดำเนินรายการโดย ป๋าต๋อย และ กาย พงศ์เกษม

สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์และประชันไหวพริบในการแก้ปัญหาให้ประชาชนชาว กทม. ประกอบด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ และ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน 

หลังว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทั้ง 3 คน แสดงวิสัยทัศน์ไปแล้ว เข้าสู่ช่วงแรกของเกม จิ๊กซอว์วัดกึ๋น เป็นการเปิดภาพจิ๊กซอว์ แล้วทายว่าเป็นสถานที่ใดที่พื้นที่ กทม. โดยภาพสุดท้ายเป็นภาพของ "อาคารรัฐสภาที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยฝุ่นควัน" ซึ่งผู้ที่ตอบถูกเป็นคนแรก คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน 

...

โดยเมื่อถามว่า ถ้าเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างไร นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เผยว่า สำหรับปัญหาฝุ่น เทียบกับน้ำท่วม น้ำท่วมคือความเหลื่อมล้ำ ปัญหาฝุ่นเป็นความเท่าเทียม ไม่ว่าจะยากดีมีจนจะยังไง ก็อยู่ภายใต้บรรยากาศเดียวกัน ในแต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดวันละ 41 คน กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง อาจจะมีคนประมาณ 820 คนที่ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ เพราะเสียชีวิตจากมะเร็งปอดในระหว่างทาง มันคือปัญหาใหญ่ของคนกรุงเทพ เป็นปัญหายาก แหล่งกำเนิด PM 2.5 มาจากไซต์ก่อสร้าง การเผาพื้นที่เกษตร ควันดำ รถบรรทุก สิ่งเหล่านี้ กทม. สามารถทำได้อยู่ในอำนาจคือ ดูแลไซต์ก่อสร้าง ถ้าตนเป็นผู้ว่าฯ จะให้ไซต์ก่อสร้าง มีการเปิดข้อมูลกล้องวงจรปิดที่ไซต์ พร้อมระบบตรวจสอบมาตรการป้องกันฝุ่น และในเรื่องการเผาซึ่งก็เป็นต้นเหตุสำคัญ และส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดในกรุงเทพ ซึ่งตนจะไม่ยอมจำนนต่อการทำงานภายนอกอำนาจ กทม. จะประสานจังหวัดรอบข้าง เพื่อนำเสนอคูปองไม่เผา เอาการเกษตรที่ใช้เครื่องจักรไปทดแทน

ด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า สิ่งแรกเลยอะไรที่อยู่ในอำนาจ กทม. เราจะเร่งดำเนินการ เช่นเรื่องการก่อสร้าง ใบอนุญาตต่างๆ สามารถจะเข้าไประงับได้ เรื่องการก่อสร้างที่ไม่เป็นระเบียบ และส่งปัญหาให้กับ ปชช. รอบข้าง ซึ่งเรื่องฝุ่นต้องให้ความสำคัญ อาจจะต้องใช้ผ้าใบมาปกคลุมไซต์ก่อสร้าง ทำให้เป็นมาตรฐาน และเร่งด่วน ส่วนที่สองคือเรื่อง กทม. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมการขนส่งทางบก คุยกันว่ารถขนส่งที่มาในเข้าเขต กทม. จะต้องมีผ้าใบปกคลุมทุกการขนส่ง ส่วนอื่นๆ การให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสารโดยเร็ว เรื่องของแอปต่างๆ ที่มีระบบเตือนภัยว่าวันนี้ฝุ่นเป็นอย่างไร โดยไม่ต้องเข้าแอปฯ และการประสานปริมณฑล เรื่องการเผา เรื่องขยะ จัดการไม่ให้มีการฝังกลบ นำไปสู่ขยะพลังงานสะอาด

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เผยว่า ในเรื่องของฝุ่นเป็นอะเจนดาเรื่องแรก และตนทำงานหนักมาตลอด ขอประกาศว่าปีนี้สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 45 เปอร์เซ็นต์ เป็นผลจากการทำงาน โดยฝุ่นมาจาก 3 ส่วนคือ สถานการณ์อากาศปิด การเผาไหม้ชีวมวล และเรื่องรถยนต์เป็นหลัก ส่วนฝุ่นก่อสร้างส่วนใหญ่คือ PM 10 อาจจะมี PM 2.5 บ้างบางส่วน

หลักการของรถยนต์ ขั้นแรกที่เราทำคือ ปรับมาตรฐานควันดำให้เข้มข้นขึ้น ซึ่งเป็นอำนาจของ คพ. เราได้ไปคุยจนเขาปรับมาตรฐานเข้มข้นขึ้น จาก 30 เป็น 20 เปอร์เซ็นต์ จับควันดำได้เกือบ 4 เท่า มีการทำ Low Emission Zone ซึ่งไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ประเทศไทย  ไม่ให้รถปล่อยควันดำเข้ามาในเขต กทม. เราทำสำเร็จแล้ว และมีการจับปรับ ผู้ไม่ทำตามกฎหมาย ในวันฝุ่นเยอะเราจะห้ามรถปล่อยควันดำเข้าใน กทม. เราทำสำเร็จแล้ว มีการทำกรีนลิสต์ เชิญชวนคนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง 3 แสนกว่าคัน เราทำมาอย่างเข้มข้น

สองเรื่องการเผาชีวมวล กทม. มีไร่นาประมาณ 1 แสนไร่ เราซื้อเครื่องอัดฟาง รถแทรกเตอร์ ให้ชาวนายืมใช้อัดฟางทำขาย ซึ่ง กทม. ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์เผานาเป็นศูนย์ เราไปออกคุยกับนครนายก ปราจีนบุรี รู้ว่าที่ในนครนายกมีแปลงอยู่แปลงหนึ่งเนื้อที่ 1 หมื่นไร่ ถ้าไหม้ กรุงเทพแดง เราไปคุยกับเขา เขาลดการเผาลง 44 เปอร์เซ็นต์  ทำให้เรารอดพ้น เราไปช่วยเขา เราไปช่วยเขาไถหมัก ให้เทคโนโลยีไป คุยกับผู้ว่าฯ เพราะฉะนั้นความร่วมมือเกิดขึ้นแล้ว มีเครือข่าย WFH มีแอปเตือนภัย มีห้องปลอดฝุ่น คือผลงานที่ทำได้ และเป็นผลงานที่เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว