กลุ่ม สว.สำรองเปิดศึกชน กกต.  โวยเตะถ่วงคดีฮั้วเลือก สว. ลากยาว 2 ปีทั้งที่หลักฐานชัด ส่อช่วยฟอกขาว


วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมด้วยกลุ่ม สว.สำรอง ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวกรณีพฤติกรรมการทำงานของนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โดยระบุว่า บุคคลทั้งสองมีพฤติการณ์ส่อไปในทางละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเอื้อประโยชน์ในคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดกันแห่งผลประโยชน์และความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากในวันเลือก สว. ระดับประเทศที่อิมแพค เมืองทองธานี นายฐิติเชษฐ์ได้ตรวจยึดหลักฐานโพยรายชื่อจัดตั้งการเลือก สว. ได้ แต่กลับไม่ได้นำหลักฐานดังกล่าวมาใช้ประกอบในคดี ส่งผลให้คดีไม่มีความคืบหน้านานถึง 2 ปี ทั้งที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 77 กกต. มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง หรือส่งตัวดำเนินคดีได้ทันทีเมื่อพบหลักฐานซึ่งหน้า แต่กลับปล่อยให้กระบวนการลากยาว ส่อเจตนาประวิงเวลาหรือเป่าคดีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้การเลือกตั้ง สว. ที่ไม่โปร่งใสสำเร็จลุล่วง

นายอัครวัฒน์ แถลงต่อว่า นายฐิติเชษฐ์ยังมีคดีกรณีถูกกล่าวหาว่าวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อเคลียร์เรื่อง ซึ่งหากพบว่าเป็นเรื่องจริงจะถือว่าขาดคุณสมบัติทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชษฐ์ยุติการปฏิบัติหน้าที่ กกต. โดยเฉพาะการประเมินผลงานของนายแสวง ซึ่งล่าสุดมีการประเมินให้นายแสวงผ่านเกณฑ์ในระดับดีเยี่ยม สวนทางกับความเห็นของประชาชนที่มองว่าล้มเหลวในการจับทุจริตฮั้วเลือก สว. จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการตอบแทนและช่วยเหลือกันเพื่อรักษาฐานอำนาจภายใน ซึ่งหากพิจารณาจากผลการประเมินของ กกต. ท่านอื่นแล้ว นายแสวงไม่ควรผ่านการประเมินผลงานปี 2568 และควรต้องถูกเลิกจ้างจากตำแหน่งเลขาธิการ กกต. เนื่องจากล้มเหลวในการจัดกระบวนการเลือกตั้ง

...

นอกจากนี้ในส่วนของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะผู้อำนวยการการเลือก สว. ระดับประเทศ นายอัครวัฒน์ระบุว่า มีพฤติการณ์สนับสนุนให้การโกงสำเร็จ โดยมีข้อมูลว่าก่อนวันเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ควบคุมการเลือก สว. แจ้งเบาะแสล่วงหน้าว่าจะมีบุคคลนำโพยเข้าไปกาเลือกตามที่ตกลงกัน แต่นายแสวงกลับเพิกเฉยและมีคำพูดในลักษณะว่าปล่อยให้เอาเข้าไปเถอะ ซึ่งถือเป็นการจงใจละเลยปฏิบัติหน้าที่ ม.157 และส่อแววมีผลประโยชน์ทับซ้อน เล่นพรรคเล่นพวก จนทำให้เครดิตความซื่อสัตย์สุจริตของ กกต. ลดลง 

พฤติการณ์ร่วมกันทั้งหมดมีน้ำหนักเพียงพอที่จะระบุว่า กกต. สมรู้ร่วมคิดให้เกิดการโกงเลือก สว. ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสจึงขอเรียกร้องให้นายฐิติเชษฐ์ถอนตัวจากการร่วมพิจารณาวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ทุกกรณี ซึ่งขณะนี้ตนได้ยื่นฟ้องบุคคลทั้งสองต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในฐานความผิดมาตรา 157 และยื่นร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบกรณีจริยธรรมร้ายแรงแล้ว ซึ่งหาก ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ทั้งสองจะต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทันที

นายอัครวัฒน์ได้ส่งข้อเรียกร้องไปยังคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. ชุดที่ 26 ขอให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและสรุปสำนวนคดีฮั้ว สว. เพื่อส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาโดยเร็ว พร้อมเตือนว่าอย่าเล่นกับไฟ หลังมีกระแสข่าวลือสะพัดว่ามีบุคคลภายนอกที่ชอบใส่กางเกงขาสั้นเข้ามาแทรกแซงสั่งการ และมีข่าวว่า กกต. อาจมีมติ 5:2 ให้ยกคำร้องเรื่องฮั้ว สว. ทั้งนี้ แม้นายฐิติเชษฐ์จะครบวาระไปแล้วแต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยวิธีพิเศษเนื่องจากวุฒิสภายังไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลใหม่ ซึ่งในความเป็นจริงควรต้องยุติการทำหน้าที่ไปแล้ว โดยตนและกลุ่ม สว. สำรอง จะนำหลักฐานทั้งหมดรวมถึงหลักฐานใหม่เกี่ยวกับการฮั้วเลือกตั้ง สส. ที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เข้ายื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระฯ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ต่อไป