“วัชระ” ยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เร่งยึด-อายัดทรัพย์ “ทักษิณ” โดยด่วนที่สุด จี้ขายทอดตลาดพ่วงห้ามเดินทางออกนอกประเทศ จนกว่าจะชำระภาษีถูกต้องครบถ้วน หวั่นหนี้รัฐสูญหาย 


วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากร เพื่อขอให้ยึดทรัพย์ อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายวัชระ กล่าวว่า จากกรณีกรมสรรพากรมีหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด 12 ลงวันที่ 28 มี.ค. 2560) มายังนายทักษิณ ซึ่งต่อมาได้มีการอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และนายทักษิณ ได้ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อให้เพิกถอนการประเมิน ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด 12) เลขที่ ภงด 12 – 03025250-25600328-001-00005 โดยคดีได้มีการอุทธรณ์ และฎีกาไปยังศาลฎีกา ต่อมาได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และบัดนี้คดีถึงที่สุดแล้ว ด้วยเหตุที่ สิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ภาษีอากร มีกำหนดอายุความ 10 ปี ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/31 และโดยให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 กำหนดไว้ คือ ภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับการแจ้งประเมิน ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภงด 12) ดังกล่าวคือ วันที่ 31  มีนาคม 2560 ทั้งนี้ ตามที่ประมวลรัษฎากร มาตรา 18 ตรี กำหนดไว้ ดังนั้นเมื่อนับแต่วันที่อาจบังคับเอาสิทธิเรียกร้องในหนี้ภาษีอากรดังกล่าว จนถึงปัจจุบัน กรณีมีความเสี่ยงต่อการหมดสิทธิบังคับคดีภาษีอากรได้ และด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 12 ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรได้โดยมิต้องขอให้ศาลออกหมายยึดหรือสั่งอีก ตามนัย ฎีกาที่ 6451/2550 

...

“ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมาเรียกร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อได้โปรดใช้อำนาจสั่งยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายทักษิณ ต่อไปโดยด่วนที่สุดเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และได้โปรดแจ้งไปยังกรมการกงสุลเพื่อตรวจสอบและยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ หากมีและใช้เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ และแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ท่าอากาศยานดอนเมือง วิทยุการบินและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทั้งนี้เป็นกรณีที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยได้ ทั้งนี้จนกว่าจะมีการชำระภาษีถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน โดยด่วนที่สุด และหากได้ผลประการใด ขอให้แจ้งกับผมและพี่น้องประชาชนทราบภายใน 30 วันด้วย”