“อนุชา-อภิสิทธิ์” นำทีม ปชป. หาเสียงสวนลุมพินี เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ ชูเพิ่มสวนหย่อม-น้ำพุ-ยกระดับตลาดชุมชน ก่อนลุยฟังเสียงชาวชุมชนบ่อนไก่ แก้ปัญหาขยะล้น 


เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี หรือ เจมส์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 5 พร้อมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรคอาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล ,การดี เลียวไพโรจน์ ,นายชัยชนะ เดชเดโช นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด ,นางรัดเกล้า สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ร่วมลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงที่สวนลุมพินีฯ ช่วยนายธนนรินทร์ ศิริหิรัญพงษ์ ผู้สมัคร สก.เขตปทุมวัน เบอร์ 2 ผู้พบปะกลุ่มคนรักษ์สุขภาพ อาทิ ผู้หลักกลุ่มผู้สูงวัยที่ชมรมไทเก็ก สวนลุมพินี และทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกายช่วงเช้า ได้รับการตอบรับดีส่วนใหญ่ขอถ่ายภาพและเล่าปัญหาต่างๆ จากนั้นทั้งคณะไปรับประทานอาหารที่ศูนย์อาหารแห่งใหม่ของสวนลุมพินี

...


โดยนายอนุชา ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายสำคัญที่ยกระดับภูมิทัศน์และคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯว่า มี 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.การเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือเพิ่มปอดให้คนกรุงเทพฯ เพราะปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่สีเขียวลดลง จึงมีแนวคิดผลักดันการสร้างสวนหย่อมขนาดเล็กตามมุมเมืองหรือจัตุรัสต่างๆ ตามเมืองในต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่นั่งพักผ่อนระหว่างวัน ไม่ต้องเดินทางไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว และยังเป็นกลไกสำคัญช่วยลดปัญหามลพิษและฝุ่นควันด้วย 2.การปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยน้ำพุและน้ำตก ในอดีต กรุงเทพฯ จะมีน้ำพุ หรือน้ำตกจำลองประดับตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณสี่แยกหรือวงเวียน พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายที่จะนำน้ำพุกลับมาสร้างความสดชื่น เพื่อปรับภูมิทัศน์ให้กรุงเทพฯ กลับมาสวยงามและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนที่ได้สะท้อนความต้องการเข้ามาโดยตรง 


3.การจัดการขยะและการยกระดับศูนย์อาหาร เราเน้นย้ำถึงปัญหาการจัดเก็บขยะที่ยังไม่เป็นระบบ แม้ประชาชนจะช่วยคัดแยกขยะแล้ว แต่ยังพบปัญหาคนคุ้ยขยะเพื่อนำไปขาย จุดนี้ กทม.จำเป็นต้องเข้ามาจัดการระบบให้เหมาะสม รวมถึงการปรับปรุงศูนย์อาหารและตลาดให้มีความทันสมัย มีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ให้อากาศถ่ายเท ช่วยแก้ปัญหาความร้อนอบอ้าวได้ด้วย และยังยกระดับคุณภาพชีวิตให้ทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาใช้บริการในตลาดนั้นๆ ได้


จากนั้นนายอนุชา และทีมพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางต่อไปที่ชุมชนบ่อนไก่ พร้อมสำรวจพื้นที่อาคารการเคหะชุมชนบ่อนไก่ ที่มีปัญหาโครงสร้างอาคารทรุดโทรม เพราะเป็นอาคารเก่า และพบปัญหาเรื่องปล่องทิ้งขยะล้น จากการจัดเก็บขยะไม่สม่ำเสมอ ขยะจึงล้นย้อนกลับขึ้นมาตามปล่อง ทั้งหมักหมมและส่งกลิ่นเหม็นรบกวนรุนแรง โดยชาวชุมชนแจ้งว่า เพราะพื้นที่ลึกเข้าไป บางจุดทิ้งขยะถูกปล่อยทิ้งไว้นาน 2-3 สัปดาห์จะมีเจ้าหน้าที่เขตมาเก็บครั้งหนึ่ง ทำให้ชาวบ้านต้องนำขยะมาทิ้งกองรวมกันในบริเวณที่ไม่ใช่จุดทิ้งขยะที่ทางโครงการกำหนด จนเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของคนในชุมชน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ลานกีฬาที่มีเด็กๆ มารวมตัวเล่นกัน ซึ่งแก้ไขได้เลย โดยการจัดเก็บขยะให้ตรงเวลานัด และเพิ่มความถี่ในการเก็บขยะมากขึ้น เพื่อคืนความสะอาดให้ชุมชนและลดกลิ่นรบกวนได้