เลขาฯ กกต. ยกระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ เชื่อ เลือกตั้งจะโปร่งใส ไม่ได้อยู่ที่ กปน. แต่อยู่ที่ประชาชนต้องช่วยกันดูแลผลการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของทุกคน
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 โดยได้บรรยายหัวข้อ “ภารกิจการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา” ว่า ระบบการเลือกตั้งประเทศไทยดีที่สุด แต่การมีระบบที่ดีต้องมีความโปร่งใส และขอยืนยันว่าเราออกแบบให้ผู้มีสิทธิและสื่อรู้เห็นตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนแต่สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นหรือไม่สำเร็จได้เลยถ้าขาดซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาชน เราออกแบบการเลือกตั้งให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นปกติตามหลักการทั่วไปของการมีส่วนร่วม
นายแสวง กล่าวต่อไปว่า เฉพาะวันเลือกตั้ง ภายในหน่วยมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กปน. 9 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) 2 คน ก็เป็นอาสาสมัครมาทำงาน กกต. มีหน้าที่อบรมสร้างความรู้ให้มีขั้นต่ำพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ และมอบสื่อให้ กปน. แต่ละคนทำงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนืองๆ ว่า กปน. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ เช่น ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา เพราะในแต่ละครั้ง กปน. ก็เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา
แต่สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเกิดความโปร่งใสสุจริต คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง ไม่ใช่ กปน. ความคลางแคลงสงสัยในการเลือกตั้งจะหายไป หากประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังหายไปในทุกการเลือกตั้ง ประชาชนควรต้องสังเกตดูว่า กปน. ทำผิดพลาดหรือไม่ และสามารถทักท้วงหรือร้องในขณะนั้นได้เลย ซึ่งเป็นเพราะระบบที่ออกแบบมาให้ประชาชนสามารถมองเห็นได้ เพราะข้าราชการ พนักงานของ กกต. ทั่วประเทศมีอยู่ 2,500 คน ส่วนภูมิภาคไม่ถึง 1,000 หน่วยเลือกตั้ง 600,000 หน่วย กกต. เองไม่สามารถดูแลได้ครอบคลุม
...
“กปน. เขาคงตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่อาจมีความเคยชินหรือหลงลืมทำให้ทำผิดไปในบางหน่วย แต่เมื่อมีคนท้วงก็ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะในหน่วยหรือนอกหน่วย การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ทั้งผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กปน. ก็คือประชาชน ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็เป็นของประชาชน กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ด้วยคุณค่าของตัวระบบจริงๆ คือประชาชนต้องช่วยกันดูแลไม่ให้มีการซื้อเสียง และสังเกตการณ์ทำหน้าที่ของ กปน. ตั้งแต่ 08.00 น. จนเลือกตั้งเสร็จ”
เลขาธิการ กกต. ย้ำด้วยว่า การเลือกตั้งจริงๆ ไม่ใช่ของ กกต. แต่ กกต. คือเจ้าภาพในการให้ประชาชนมาพบกันและลงคะแนน คะแนนออกมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ประชาชนต้องช่วยกันดูแลผลของการเลือกตั้ง คนรวมคะแนนไม่ใช่ กกต. แต่คือประชาชนซึ่งคือกรรมการประจำเขต กกต. ไม่ได้ไปรวมคะแนนเอง ก็ทราบคะแนนพร้อมกับสื่อ จึงต้องการให้ประชาชนได้ดูแลร่วมกัน สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสคือหน้าที่ของคนไทยทุกคน กกต. เป็นเจ้าภาพอย่างไรก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่การตำหนิให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คนไทยทุกคนต้องดูแลการเลือกตั้งร่วมกัน กกต. รับผิดชอบแน่นอน แต่อยากให้ดูแลร่วมกันทั้งนอกและในหน่วยเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หรือนายกเมืองพัทยา แม้จะไม่ได้มีความผิดพลาดเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าการเลือกตั้งจะมีความโปร่งใสหรือชอบธรรม หรือข้อกล่าวหาว่ามีการโยกย้ายแต่งตั้งกรรมการประจำเขตเพื่อเอื้อใครหรือไม่ ก็ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เพื่อให้เกิดความโปร่งใส.