“สส.กมลศักดิ์” ซัดพิรุธคดีลอบสังหาร บัญชีปืนผี ทร. อ้างทำลายแล้ว แต่กลับโผล่ใช้รัวยิง หวั่นมีขบวนการตัดตอน-อุ้มชูผู้บงการ ลั่น จะสู้ให้ถึงที่สุด


วันที่ 7 มิถุนายน 2569 นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบสังหาร หลังเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน กองทัพเรือ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ เข้าชี้แจง หลังพบพฤติกรรมส่อแวว “ลากเลว” และมีความพยายามไม่ให้คดีสาวไปถึงตัวผู้บงการ

นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการวางแผนทำกันเป็นขั้นเป็นตอน แต่หลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ 7 คน คดีกลับไม่มีความคืบหน้าในส่วนของการขยายผล โดยเฉพาะข้อมูลการใช้โทรศัพท์ 11 หมายเลขที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการเชื่อมโยงพฤติกรรมความผิด ตนรู้สึกไม่สบายใจ จากข้อมูลในทางลึกว่ามีขบวนการบางอย่างพยายามปิดกั้นไม่ให้หมายเลขโทรศัพท์เหล่านี้เข้าสู่สำนวนการสอบสวน ทั้งที่ปกติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุดสืบสวนยะลา จะมีฐานข้อมูลโทรศัพท์ในคดีความมั่นคงอย่างละเอียดอยู่แล้ว

สำหรับประเด็นที่สร้างความตกตะลึงที่สุดในชั้นกรรมาธิการ คือ ผลการตรวจพิสูจน์พานท้ายอาวุธปืนของกลาง 2 กระบอกที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยกระบอกแรกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีของกรมสรรพาวุธ กองทัพเรือ พบข้อมูลย้อนแย้ง เนื่องจากปืนกระบอกนี้ถูกขึ้นบัญชีว่าทำลายแล้วตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากเสื่อมสภาพ พร้อมกับปืนกระบอกอื่นๆ รวม 40 กระบอก แต่กลับมาโผล่ใช้ก่อเหตุยิงตนในปี 2569

“ที่สำคัญ ผลกองพิสูจน์หลักฐานระบุชัดเจนว่าปืนยังใช้งานได้ดีเป็นปกติ เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมแล้ว แต่มันต้องตั้งคำถามดังๆ ไปยังกองทัพเรือว่า ปืนอีก 39 กระบอกในลอตเดียวกันนั้น อยู่ในสภาพเดียวกันและตกไปอยู่ในมือใครบ้าง กระบวนการทำลายปืนทำกันอย่างไร เหตุใดปืนที่ตายแล้วถึงฟื้นคืนชีพมาไล่ยิงคนได้”

...

ส่วนปืนอีกกระบอกมีการสลักข้อความภาษาอังกฤษระบุชัดเจนว่าเป็นอาวุธที่กองทัพสหรัฐฯ ส่งมอบให้กองทัพไทย ซึ่งคาดว่าเป็นปืนที่ได้มาจากการฝึกร่วมและส่งมอบตามปกติ แต่กลับหลุดรอดมาอยู่ในมือกลุ่มมือปืนได้อย่างไร ประเด็นนี้ต้องมีการขยายผลสอบสวนย้อนกลับไปตั้งแต่กองทัพ กระทรวงกลาโหม ไปจนถึงสถานทูตสหรัฐฯ

นายกมลศักดิ์ เผยต่อไปว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระหว่างการฝากขังครั้งที่ 5 มีการแยกฟ้องคดีคนชำแหละรถออกไปอีกคดีหนึ่ง โดยอ้างเหตุผลทางเทคนิคกฎหมายเพื่อนำมาเป็นพยาน ซึ่งตนและทีมทนายความจะมีการประชุมร่วมกันในบ่ายวันนี้เพื่อสรุปประเด็นยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่ออัยการ ให้มีคำสั่งส่งสำนวนกลับมาให้พนักงานสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังคลุมเครือ ทั้งเรื่องปืนผีและข้อมูลโทรศัพท์

“วันนั้นพนักงานสอบสวนอ้างระเบียบตำรวจว่าข้อมูลในสำนวนเป็นความลับ บอกผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ได้ แต่ผมสวนกลับไปว่าผมเป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ต้องหา ผมมีสิทธิ์เต็มที่ในการติดตามความคืบหน้า”

อย่างไรก็ตามในช่วงท้าย นายกมลศักดิ์ ยังได้สะท้อนมุมมองอันเจ็บปวดจากคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า มีเสียงสะท้อนจากชาวบ้าน เหตุการณ์นี้ดีที่เป็นระดับ สส. ที่มีความรู้และมีกระบอกเสียงในการตามคดี แจ้งความเพิ่ม และดึงหน่วยงานมาตรวจสอบได้ แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดกับชาวบ้านธรรมดาๆ คดีคงจบตั้งแต่นึกไม่ออกว่าเป็นรถของใคร ใครยิง และเอาปืนมาจากไหน เหมือนกับอีกหลายเคสในอดีตที่เงียบหายไปเพราะไม่มีใครกล้าพูด

“ยืนยันว่าผมและทีมงานจะสู้ให้ถึงที่สุด หาข้อมูลเข้าสำนวนให้มากที่สุด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ากระบวนการทำสำนวนคดีมีข้อบกพร่องหรือส่อเจตนาไม่ชอบมาพากล ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายไม่มีละเว้น”