นายกฯ ชูปี 2569 “ปีทองผ้าไทย” ดันผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก ต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์–วัฒนธรรมไทย ย้ำ ผ้าไหมไทยเปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยเผยแพร่เสน่ห์และภูมิปัญญาของไทยสู่สายตาชาวโลก
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 18.20 น. ที่หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 ประจำปี 2569
โดยทันทีที่เดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายราชสักการะพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน โดยยกให้ปี 2569 เป็น “ปีทองผ้าไทย” หลังกระแสนิยมการสวมใส่ผ้าไทยกลับมาได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จากแนวพระราชดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” พร้อมชื่นชมความสำเร็จของผ้าไทยและชุดไทยที่สร้างชื่อเสียงบนเวทีนานาชาติ ผ่านนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับคำกล่าวขานชื่นชมจากนานาชาติเป็นอันมาก
...
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การจัดงานมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 และพิธีมอบรางวัลโครงการประกวด The 7th Next Big Silk Designer Contest 2026 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 48 พรรษา ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าผ้าไหมไทย ตลอดจนส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนางานออกแบบที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่ระดับสากล
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ผ้าไหมไทยเป็นสัญลักษณ์สำคัญของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของประเทศ สะท้อนถึงความประณีต วิจิตร และทักษะเชิงช่างที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังเป็นสื่อบอกเล่าเรื่องราว วิถีชีวิต ความเชื่อ และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านลวดลาย สีสัน และเทคนิคการทออันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ผ้าไหมไทยเปรียบเสมือน “ทูตทางวัฒนธรรม” ที่ช่วยเผยแพร่เสน่ห์และภูมิปัญญาของไทยสู่สายตาชาวโลก ควบคู่กับการเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยในทุกมิติ และเชื่อว่าความสำเร็จในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไหมไทยเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันผลักดันให้ผ้าไหมไทยเป็นทั้งมรดกของชาติ พลังทางเศรษฐกิจ และสื่อกลางแห่งมิตรภาพระหว่างประเทศ
“ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลในโครงการประกวด และขอขอบคุณคณะทำงานจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ร่วมกันจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 15 ในครั้งนี้ และขออวยพรให้การจัดงานประสบความสำเร็จ เป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยได้ร่วมกันสืบสานผ้าไหมไทย เพื่อคุณค่าทางวัฒนธรรมเศรษฐกิจ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจของประเทศชาติต่อไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมอบรางวัลโครงการประกวด The Next Big Silk Designer Contest ครั้งที่ 7 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมร่วมสมัย และ รางวัลชนะเลิศการประกวดชุดไทยพระราชนิยม ก่อนจะถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้จัดงาน และผู้ได้รับรางวัล จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับชมวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการฯ และชมแฟชั่นโชว์ชุดผ้าไทยพระราชนิยมและชุดผ้าไหม
สำหรับโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 15 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 48 พรรษา โดยมีสถานเอกอัครราชทูตเข้าร่วม 72 แห่ง สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ 18 แห่ง และเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยจาก 36 ประเทศร่วมเดินแบบบนเวที รวมทั้งมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานจากทั่วประเทศกว่า 79 ทีม รวมอาจารย์และนิสิตนักศึกษาด้านแฟชั่นและสิ่งทอกว่า 1,000 คน สะท้อนพลังความร่วมมือในการสืบสานและยกระดับผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก