กรมโรงงานอุตสาหกรรมไฟเขียวให้ “ซิน เคอ หยวน สตีล” กลับมาเดินเครื่องต่อได้ หลังบริษัทปรับปรุงระบบบำบัดมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อารยา ไสลเพชร รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ให้ประกอบกิจการโรงงานต่อไปได้ หลังได้ตรวจสอบโรงงานเพื่อติดตามผลการปรับปรุงแก้ไขตามคำสั่งแล้ว พบว่า บริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโรงงานตามคำสั่งทุกฉบับ พบว่าบริษัทฯได้ปฏิบัติตามคำสั่งโดยการปรับปรุงระบบและบำบัดมลพิษทางอากาศจากการประกอบกิจการโรงงานเรียบร้อยแล้ว โดยเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ได้มีการเก็บตัวอย่างอากาศจากปล่องระบายออกนอกโรงงาน เพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งต่อมาปรากฏผลการตรวจ วัด วิเคราะห์มลพิษทางอากาศ พบว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงานผลิตเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตและโรงงานผลิตเหล็กแท่งเล็ก สำหรับเหล็กเส้นเสริมคอนกรีต พ.ศ.2564 อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมาย จึงมีคำสั่งให้บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดต่อไปได้นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งฉบับนี้
ด้านนายเขมพัสตร์ กิตติภักดีกุล ผู้จัดการบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่ และยึดหลักการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย โดยการตรวจสอบที่ปรากฏถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัท
...
ทั้งนี้ บริษัทเห็นว่าผลการทดสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนว่าเหล็กที่ผลิตจากโรงงานมีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และไม่พบข้อมูลที่ชี้ว่าเหล็กของบริษัทเป็นสาเหตุของเหตุการณ์อาคารถล่มที่เป็นประเด็นในสังคมก่อนหน้านี้
“เราตั้งใจจะนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล็กที่ได้มาตรฐานในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้กับภาคก่อสร้าง ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการไทย พร้อมสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดเหล็กภายในประเทศ” ผู้จัดการบริษัท ซิน เคอ หยวน กล่าว
นายเขมพัสตร์ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ยืนยันจะยังคงยึดมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรมของประเทศ ภายใต้แนวทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืน และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในระยะยาว
ทั้งนี้ในส่วนของการตรวจสอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การดำเนินงานของกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค เลขสืบสวน 54/2568 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการครอบครองวัตถุอันตรายหรือ “ฝุ่นแดง” นั้น บริษัทระบุว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีคำสั่งยุติการสืบสวน เนื่องจากไม่พบพยานหลักฐานที่ชี้ถึงการกระทำความผิด พร้อมเตรียมส่งมอบตัวอย่างที่ตรวจยึดคืนให้แก่บริษัทตามขั้นตอนตามกฎหมาย
ขณะที่การตรวจสอบด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ร่วมกับสถาบันยานยนต์และสถาบันไทย-เยอรมัน ได้สุ่มเก็บตัวอย่างเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตจากการทดลองเดินเครื่องจักรรวม 56 ชุด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการทดสอบทางวิศวกรรมและนิติวิทยาศาสตร์
ผลการทดสอบพบว่า เหล็กเส้นกลมตามมาตรฐาน มอก. 20-2559 ชั้นคุณภาพ SR24 และเหล็กข้ออ้อยตามมาตรฐาน มอก. 24-2559 ชั้นคุณภาพ SD40T และ SD50T ทุกขนาด ตั้งแต่ DB10 ถึง DB32 มีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด โดยผลการทดสอบดังกล่าวได้ส่งต่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมใช้ประกอบการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย
บริษัทฯ ยังชี้แจงถึงการใช้เทคโนโลยีเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมเหล็กทั่วโลก โดยมีจุดเด่นด้านการควบคุมคุณภาพโลหะ ความแม่นยำของกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการควบคุมมลพิษทางอากาศ
ตามข้อมูลของบริษัท ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเหล็กในประเทศไทยมากกว่า 11 แห่งที่ใช้เทคโนโลยี IF มีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 400,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดเหล็กเส้นภายในประเทศประมาณร้อยละ 70 รวมทั้งสามารถรองรับการผลิตเหล็กเกรดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมขั้นสูง