“KPI Poll” เผยผลสำรวจทิศทางการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ พบคน กทม. มีแนวโน้มเลือกผู้สมัครอิสระร้อยละ 61.8 ขณะที่เขตชั้นกลางหนุน “ผู้สมัครอิสระ” เขตชั้นนอกเอน “ฝ่ายค้าน”


วันที่ 5 มิ.ย. 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69: ปัจจัยเชิงพื้นที่กับทิศทางการเลือกผู้ว่าฯ คนใหม่” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน


โดย KPI Poll ครั้งที่ 23 ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 22 - 25 พ.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. หากเป็นคน กทm. ท่านมีแนวโน้มว่าจะเลือกผู้ว่าฯ กทม. แบบใด? (สำรวจโดย x Line Today)

-61.8% ระบุ จะเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือ-12.5% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ,

-12.0% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้

-11.7% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และ 2.0% จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล


➡ แนวโน้มการให้ความสำคัญกับ “ความเป็นอิสระของผู้สมัคร” มากกว่าสังกัดพรรคการเมือง สะท้อนความคาดหวังต่อผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะผู้บริหารเมืองที่ควรมีความคล่องตัว เป็นกลาง และมุ่งแก้ปัญหาเมืองบนฐานประสิทธิภาพมากกว่าการเมืองแบบพรรค ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันในสนามเลือกตั้งในระยะต่อไป


2. ต่างเขตชั้น ต่างทิศทาง: เขตชั้นกลางหนุน “ผู้สมัครอิสระ” เขตชั้นนอกเอน “ฝ่ายค้าน” เขตชั้นในยังเปิดกว้าง แนวโน้มการเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สามอันดับแรก

...

- เขตชั้นใน: 26.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ สูงสุด 

- 23.3% มีแนวโน้มเลือกผู้ว่าฯ กทม. จากผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ 

- 22.0% มีแนวโน้มเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน

เขตชั้นกลางส่อเลือกผู้สมัครอิสระ

• เขตชั้นกลาง: 29.3% มีแนวโน้มเลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง สูงสุด รองลงมา 25.9% มีแนวโน้มเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และ 20.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ

• เขตชั้นนอก: 27.2% มีแนวโน้มเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สูงสุด รองลงมาใกล้เคียงกัน 26.8% ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ และ 16.6% มีแนวโน้มเลือกผู้ว่าฯ กทม. จากผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้

➡ ภูมิศาสตร์ทางการเมืองของกรุงเทพฯ แตกต่างกันตามเขตชั้น สะท้อนโจทย์ความคาดหวัง และฐานการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ยุทธศาสตร์การสื่อสารและนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่จึงเป็นโจทย์สำคัญของผู้สมัคร


3. “ชัชชาติ” ยังนำทุกโซน แต่เสียงลังเลยังสูง เปิดช่องให้สมการเลือกตั้งเปลี่ยนได้

แนวโน้มการเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สามอันดับแรก

- เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มีคะแนนนำทุกเขตชั้น ในระดับใกล้เคียงกัน (เขตชั้นกลาง: 32.1%, เขตชั้นใน: 31.5% และ เขตชั้นนอก: 30.3%)

- รองลงมาทุกเขตชั้น คือ “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” (เขตชั้นใน: 27.3%, เขตชั้นนอก: 27.2% และ เขตชั้นกลาง: 18.7%) ขณะที่อันดับสามของเขตชั้นนอก (16.9%) และ เขตชั้นกลาง (16.3%) เป็นของ “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” และ เขตชั้นใน (9.8%) เป็นของ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช

 สะท้อนว่า แม้ “ชัชชาติ” ยังมีคะแนนนำทุกเขตชั้นของกรุงเทพฯ แต่กลุ่ม “ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจ” ยังมีสัดส่วนสูงในทุกพื้นที่ จึงยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางการแข่งขันได้ นอกจากนี้ ผู้สมัครบางรายมีฐานคะแนนเฉพาะพื้นที่ที่ควรจับตา จึงยังเป็นสนามที่ต้องช่วงชิง “เสียงลังเล” และ “พื้นที่ยุทธศาสตร์” มากกว่าการพึ่งพาคะแนนนิยมเดิมเพียงอย่างเดียว

ฐานเสียง สก. แตก

4. ฐาน สก. เสียงแตก: “ชัชชาติ” นำหลายกลุ่ม แต่ฐานส้มเทไปที่ “ดร. โจ”

- เมื่อเปรียบเทียบแนวโน้มการเลือกผู้ว่าฯ กทม. กับพรรคหรือกลุ่มที่เคยเลือก ส.ก. ในปี 2565 พบว่า “ชัชชาติ” ได้รับคะแนนสูงในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย (41.6%) กลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ (31.9%) และ กลุ่มพรรค/กลุ่มอื่น ๆ (48.8%)

• ขณะที่กลุ่มที่เคยเลือกพรรคก้าวไกล มีแนวโน้มเลือก “ดร. โจ ชัยวัฒน์” สูงสุด (38.3%) มากกว่า “ชัชชาติ” ที่ได้ 22.6% อย่างไรก็ตาม บางกลุ่มที่ยังไม่แน่ใจ/ยังไม่ตัดสินใจยังมีน้ำหนักสูง 

“ชัชชาติ” ยังมีคะแนนนำในหลายกลุ่ม แสดงถึงฐานการยอมรับข้ามกลุ่มการเมือง ซึ่งสะท้อนว่า การเลือกผู้ว่าฯ กทม. มีลักษณะของการตัดสินใจเชิง “ตัวบุคคล” สูงกว่าการยึดโยงกับพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว ผู้ที่เคยเลือกพรรคหรือกลุ่มการเมืองเดียวกันไม่ได้จำเป็นต้องเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ ในทิศทางเดียวกันทั้งหมด แต่กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจในบางฐานเสียงยังมีสัดส่วนสูง จึงยังเป็นตัวแปรสำคัญ

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 23

ผลโพลครั้งนี้สะท้อนว่า สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ยังเปิดกว้าง แม้ “ชัชชาติ” จะมีคะแนนนำ แต่กลุ่ม “ลังเล” ก็ยังมีสัดส่วนสูงพอที่จะเปลี่ยนสมการเลือกตั้งได้ ขณะเดียวกัน “ความเป็นอิสระของผู้สมัคร” มีความสำคัญมากกว่าสังกัดพรรคการเมือง สะท้อนความคาดหวังต่อผู้ว่าฯ ในฐานะผู้บริหารเมืองที่คล่องตัวและแก้ปัญหาได้จริง นอกจากนี้ ความแตกต่างระหว่างเขตชั้นและฐานคะแนน สก. เดิม ยังชี้ว่า ผู้สมัครต้องช่วงชิงทั้ง “เสียงลังเล” และออกแบบนโยบายให้ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่มากกว่าการใช้ยุทธศาสตร์เดียวครอบคลุมทั้งเมือง