จับตา คณะกรรมการการเลือกตั้ง “ประชุมลับ” ถกปม “แสวง บุญมี” ส่อหลุดเก้าอี้ หลังประเมินผลปี 68 ไม่ผ่านเกณฑ์ ติดปัญหาข้อกฎหมายอดีตบอร์ดมีสิทธิ์ร่วมประเมินหรือไม่
วันที่ 4 มิ.ย. 2569 เวลา 17.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการประชุม กกต. ที่มีวาระการพิจารณาเรื่องการบริหารสำนักงาน กกต. ได้มีการประชุมลับ 7 คน ซึ่งคาดว่าจะเป็นการหารือกรณีมีกระแสข่าวว่า นายแสวง บุญมี ส่อหลุดเก้าอี้เลขาฯ กกต. เนื่องจาก กกต. ชุด นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. ประเมินผลการปฏิบัติงานในปี 68 ให้ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 โดยสำนักงานรอเพียงความเห็นของนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ กกต. ที่จะเป็นเสียงชี้ขาด ก่อนรวบรวมและนำเสนอเข้าที่ประชุมพิจารณาในช่วงกลางเดือนนี้ โดยในที่ประชุมดังกล่าวได้มีการพิจารณาเบื้องต้นว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมทั้งพิจารณาการทำงานของเลขาธิการ กกต. ในปัจจุบัน อีกทั้งในประเด็นข้อกฎหมายที่มีการโต้แย้ง ว่า กกต. ชุดเก่า ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วมีอำนาจในการประเมินหรือไม่ เพราะเพิ่งมาประเมินเมื่อต้นเดือน มิ.ย. 69 หลังพ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว ซึ่งขัดกับสัญญาว่าจ้าง ที่กำหนดว่าผู้ประเมินต้องเป็น กกต. เท่าที่มีอยู่ และการประเมินที่ผ่านมาก็ให้เฉพาะ กกต. เท่าที่มีอยู่เท่านั้นเป็นผู้ประเมิน
แหล่งข่าว กล่าวว่า ที่ผ่านมานายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีต กกต. และนายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี อดีต กกต. ที่พ้นจากตำแหน่ง ก็ไม่ได้ประเมิน แต่ กกต. ที่มาแทน คือ นายชาย นครชัย ซึ่งมาเป็น กกต. ใหม่ ก็เป็นผู้ประเมิน แม้จะมาดำรงตำแหน่งภายหลังปีประเมินก็ตาม แต่ครั้งนี้กลับให้ กกต. ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วเป็นผู้ประเมิน ซึ่งไม่ได้เป็น กกต. แล้ว โดย กกต. ปัจจุบัน ไม่ได้ประเมิน จึงต่างจากการประเมินปี 66 ซึ่งเป็นสัญญาฉบับเดียวกัน นอกจากนี้ มี กกต. บางคนที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วยังไม่ได้ส่งผลการประเมิน รวมทั้งบางส่วนมีหนังสือสอบถามว่า อดีต กกต. มีอำนาจประเมินหรือไม่ ถ้ามี...มีตามกฎหมาย หรือสัญญาข้อใด และที่ผ่านมามีอดีต กกต. เคยประเมินหรือไม่ ซึ่งประเด็นเหล่านี้ สำนักงานฯต้องไปศึกษาและนำมาเสนอที่ประชุม กกต. พร้อมกับผลการประเมินของ กกต. ชุดเก่า ที่หาก กกต. ชุดปัจจุบันยอมรับผลการประเมินของ กกต. ชุดเก่า และจะมีมติตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งเลขาธิการ กกต. 2560 ข้อ 14 (5) ก็กำหนดว่า หาก กกต. มีมติให้พ้นจากตำแหน่งก็ต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
...