“อภิสิทธิ์” แฉยับรัฐบาลอนุทิน 2 หนีสภาฯ ปล่อยญัตติสำคัญทั้งแลนด์บริดจ์-ปฏิรูปภาษี-PM2.5 เผชิญความเงียบ 


วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกลับ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ได้ออกมาแถลงตอบโต้กรณีที่นายอภิสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในส่วนที่เชื่อมโยงกับสภาผู้แทนราษฎร โดยนายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การเมืองต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พร้อมกางหลักฐานการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันในสภาฯ ชี้ให้เห็นถึง 3 ปัญหาหลัก

ประเด็นแรก นายอภิสิทธิ์ชี้ว่าในการพิจารณาญัตติต่าง ๆ ของสภาฯ มีเพียงญัตติเดียวเท่านั้นที่มีรัฐมนตรีมาชี้แจง คือกรณีของนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีที่ใช้สิทธิ สส. ชี้แจงเรื่องการเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ซึ่งตนได้ชื่นชมเป็นการส่วนตัวไปแล้ว แต่ญัตติสำคัญที่เหลือกลับไม่มีรัฐมนตรีมาแยแสหรือรับฟังเลย ทั้งที่เป็นเรื่องผลกระทบเชิงโครงสร้างและชีวิตประชาชน เช่น ญัตติโครงการแลนด์บริดจ์, การปฏิรูปกฎหมาย, การปฏิรูปภาษี, การคุ้มครองแรงงานอิสระและแรงงานแพลตฟอร์ม, ปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ำ, วิกฤตโลกร้อนและฝุ่น PM2.5 รวมถึงปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งการละเลยเช่นนี้ทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและสภาฯ ขาดประสิทธิภาพ

ประเด็นต่อมาคือเรื่องกระทู้ถามสด โดยนายอภิสิทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่า ฝ่ายบริหารจะไม่เคยมีปัญหาในการมาตอบกระทู้ที่ สส. ฝั่งรัฐบาลเป็นคนตั้งคำถามถามกันเอง แต่เมื่อใดที่เป็นกระทู้ถามสดของฝ่ายค้านที่มุ่งตรวจสอบการทำงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกระทู้ที่ส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหารมักจะใช้วิธีส่ง "มวยแทน" หรือมอบหมายให้รัฐมนตรีท่านอื่นมาตอบ ซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถตอบคำถามในเนื้อหาที่แท้จริงได้ จนกลายเป็นเรื่องตลกร้ายในหมู่ฝ่ายค้านว่า หลังจากนี้คงต้องจำกัดคำถามเฉพาะเรื่องที่รัฐมนตรีตัวแทนจะตอบได้เท่านั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาสภาฯ

...

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังได้แจงปมการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ โดยยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้เสนอตั้งพร่ำเพรื่อ แต่หลายเรื่องมีมิติที่คาบเกี่ยวซึ่ง กมธ. สามัญที่มีอยู่ไม่สามารถพิจารณาได้ครอบคลุมและปัจจุบันก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลมักอ้างว่าเคยตั้ง กมธ. ในสภาชุดก่อนไปแล้วนั้น นายอภิสิทธิ์แฉว่า กมธ. ชุดดังกล่าวมีความขัดแย้งสูงมากและมีความพยายามรวบรัดตัดตอนข้อสรุป จนกรรมาธิการเสียงข้างน้อยต้องประท้วงด้วยการลาออก

ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ระบุว่าตนเองรู้สึกเห็นใจนายกรวีร์ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ที่ต้องออกมารับหน้าเสื่อแทนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลอนุทิน 2 พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมบทบาทการทำงานของนายกรวีร์มาโดยตลอด แต่อยากเห็นประธานวิปรัฐบาลใช้ความกล้าหาญสะท้อนปัญหานี้กลับไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลให้เกียรติและให้ความสำคัญกับงานของสภาผู้แทนราษฎร ในนามของตัวแทนประชาชนทุกคน ซึ่งจะช่วยทำให้การทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลมีความสมบูรณ์และสง่างามยิ่งขึ้น