นายกฯ ต้อนรับคณะนักธุรกิจฝรั่งเศส 16 บริษัทยักษ์ใหญ่ สานต่อความสำเร็จจากการเยือนกรุงปารีส ดันหุ้นไทยพุ่งทะลุ 1,600 จุด ในรอบกว่า 3 ปี


วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมหารือกับ นายฟรองซัวส์ กอร์แบง รองประธานสภานายจ้างฝรั่งเศสในต่างประเทศ (MEDEOF International) และประธานสภาธุรกิจฝรั่งเศส-ไทย พร้อมด้วย นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฝรั่งเศสประจำประเทศไทย และคณะนักธุรกิจจาก 16 บริษัทชั้นนำ ซึ่งครอบคลุม 5 สาขาเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ การบิน อวกาศ และการป้องกันประเทศ, วิศวกรรม, การก่อสร้างและการขนส่ง, ดิจิทัล และเทคโนโลยีพลังงาน โดยการพบกันครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว หลังจากการเดินทางไปเยือนกรุงปารีสของนายกรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีมูลค่าสูง ซึ่งสอดรับกับความเชี่ยวชาญของภาคธุรกิจฝรั่งเศสอย่างลงตัว โดยเป้าหมายหลักคือการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ เข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อสร้างงานและยกระดับทักษะแรงงานไทย ขณะเดียวกัน กลุ่มทุนฝรั่งเศสได้แสดงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยอย่างสูง พร้อมแสดงความสนใจที่จะขยายการลงทุนในหลายอภิมหาโครงการ โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีเพียงแค่การนำเงินทุนเข้ามาเท่านั้น แต่จะเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีชั้นสูงและการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทยเพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน

สำหรับการหารือรายบริษัทพบว่ามีความคืบหน้าที่ชัดเจน โดยยักษ์ใหญ่ด้านการบินอย่าง Airbus สนใจร่วมพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) และการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อดันไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค ขณะที่ EDF ผู้นำด้านพลังงานระดับโลก เล็งเห็นโอกาสร่วมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่เพื่อหนุนเศรษฐกิจสีเขียว ส่วนในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง Dassault Systèmes ได้เสนอซอฟต์แวร์จำลองเมืองอัจฉริยะ (Digital Twin) มาใช้บริหารจัดการผังเมืองและภัยพิบัติ และ Pasqal บริษัทควอนตัมชั้นนำ พร้อมเข้ามาช่วยสร้างระบบนิเวศด้าน Quantum Computing เพื่อผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

...

ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรียืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนอย่างเต็มที่ ทั้งการเร่งรัดความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA) และการเตรียมเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทยสู่สากล นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้แจ้งข่าวดีต่อที่ประชุมว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ระหว่างวันได้พุ่งทะลุ 1,600 จุด อีกครั้งในรอบ 3 ปี 2 เดือน ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนเด่นชัดว่านักลงทุนทั่วโลกมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทย และการพูดคุยในวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยน "ความสนใจ" จากปารีส ให้กลายเป็น "ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม" ในประเทศไทยอย่างแท้จริง