เพื่อไทยถอยยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสภาฯ หลังภูมิใจไทยถอน 30 รายชื่อสนับสนุน เตรียมหารือสมาชิกพรรคและคุยกับ ภท. ใหม่ หาข้อสรุปให้ตกผลึกลงตัว ยันไม่สร้างรอยร้าวการทำงานพรรคร่วมรัฐบาล
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อการสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับว่ามีความเปลี่ยนแปลงจากที่ลงชื่อโดย 7 พรรค เมื่อมีสมาชิกส่วนหนึ่งถอนชื่อ ต้องรับฟัง เป็นเอกสิทธิ์ดำเนินการได้ ไม่กระทบความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยจะประชุมสัปดาห์หน้า เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นความร่วมมือร่วมใจ ต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 1 ใน 3 ไม่ใช่เฉพาะ 30 เสียงของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น แต่มีเรื่ององคาพยพพรรคแกนหลัก และ สว. ที่ต้องทบทวนให้ถี่ถ้วน พูดคุยกันให้ตกผลึก ต้องยอมรับความจริงพรรคเพื่อไทยมีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถลงชื่อโดยพรรคเดียวได้ และร่างหลักสุดท้ายคงหนีไม่พ้นร่างพรรคภูมิใจไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักการ แต่เป็นสมการทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามต่อ มองแล้วถ้าฝืนส่งร่างพรรคเพื่อไทยเข้าสภาฯ มีโอกาสโดนปัดตกวาระแรกหรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า พรรคเพื่อไทยทำงานแบบหวังผล เป้าหมายของเราคือขับเคลื่อนการแก้รัฐธรรมนูญ มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่เป็นตัวแทนมายกร่าง แต่นาทีนี้คงยังไม่ได้ดำเนินการยื่นร่างแก้ไข ต้องทบทวนคุยหลายฝ่าย หาข้อสรุป ยังมีกลไกการทำงานอีกมาก ขอเวลาไม่นานคุยกันภายใน รวมถึงพูดคุยกับพรรคภูมิใจไทยด้วย
...
นายจุลพันธ์ กล่าวยืนยันด้วยว่าไม่มีความขัดแย้ง เพราะพรรคภูมิใจไทยบอกเองว่ามีข้อห่วงใย เราทราบล่วงหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อเกิดแล้วต้องรับฟัง เพราะภูมิใจไทยมี 190 กว่าเสียง เป็นพรรคหลักแก้กฎหมาย ย้ำว่าการที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อออกไม่กระทบการทำงานร่วมรัฐบาล เพราะแจ้งก่อนแล้ว เราทราบก่อน เรายื่นไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีถึง 30 รายชื่อที่ปรับเปลี่ยน รอพูดคุยให้ชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามว่าต้องถอยออกมาเพื่อปรับแก้ที่มา สสร. ให้สอดรับร่างพรรคภูมิใจไทย ให้ไปต่อได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า ไม่ได้หมายความเป็นแบบนั้น ให้เวลาเป็นตัวตอบ เป็นสิ่งที่ต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิก ขณะที่คำถามว่า พรรคเพื่อไทยถูกวิจารณ์เสียหลักการ ถูกพรรคภูมิใจไทยครอบ นายจุลพันธ์ ตอบว่า ยังมีข้อคิดเห็นที่ต่างหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นร่างใคร การแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเริ่มด้วยการขัดแย้ง ต้องสงวนจุดร่วม หาจุดที่เดินหน้าร่วมกันได้ หากเริ่มต้นด้วยการยืนประจันหน้า การแก้รัฐธรรมนูญจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน สิ่งที่เราทำคือรวบรวมเสียงสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เป็นความร่วมมือร่วมใจทุกฝ่าย เพื่อผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง.