“นิกร” แจงเหตุพรรคภูมิใจไทย ถอนชื่อหนุนร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทย หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ยันไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล โวฉบับภูมิใจไทยเปิดฟังเสียงประชาชน 1 ปี
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงชี้แจงกรณีมติที่ประชุมพรรคภูมิใจไทยให้ สส.ภูมิใจไทย ถอนการร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทยว่า หลังการพิจารณาเนื้อหาร่างของพรรคเพื่อไทยแล้ว กังวลว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 เพราะพรรคเพื่อไทยกำหนดให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากประชาชนเลือกตั้ง 300 คน แม้จะส่งให้รัฐสภาเลือกเหลือ 100 คน แต่ในทางปฏิบัติแล้วอาจมีปัญหา โดยเฉพาะอำนาจระหว่างรัฐสภากับประชาชน ขณะที่พรรคภูมิใจไทยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ยึดถือหลักการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นหาก สส.ของพรรคร่วมสนับสนุนร่างฉบับอื่นที่ส่อขัดกับคำวินิจฉัย อาจถูกมองว่า เราไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงมีมติให้สส.ที่ร่วมลงชื่อถอนชื่อออก และในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำต้องระมัดระวัง ไม่ให้มีประเด็นสุ่มเสี่ยงที่กระทบเสถียรภาพได้ อย่างไรก็ดีทราบว่า แม้สส.ภูมิใจไทย ถอนชื่อ พรรคเพื่อไทยยังมีเสียงเกิน 100 เสียงสามารถยื่นร่างแก้ไขได้
นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนในแง่ความสัมพันธ์กับประชาชน ตนมองว่าประชาชนมีส่วนร่วมกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านการออกเสียงประชามติ ทั้ง 3 ครั้ง คือครั้งแรก ขอความเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ครั้งสอง หลังแก้ไขมาตรา 256 และครั้งสาม หลังมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงมีความผูกพันและให้ประชาชนมีอำนาจเต็ม พรรคมีความจริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ให้สำเร็จ การยื่นร่างแก้ไขจึงต้องไม่ทำให้เกิดการร้องเรียนหรือตีความ ที่จะทำให้ล่าช้า ซึ่งร่างของพรรคภูมิใจไทย กำหนดให้ตั้งกรรมการรับฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศ และให้เวลา 1 ปี เพราะแค่รูปแบบที่มาจากเลือกตั้งของประชาชนนั้นไม่พอ แต่ต้องมีการรับฟังความเห็นของประชาชนด้วย ส่วนกรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. นัดหมายหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 19 มิถุนายนนั้น ตนเห็นว่า เป็นเรื่องดี แต่การพูดคุยกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะคนในลักษณะปรึกษาหารือ ไม่ใช่ข้อสรุปที่เป็นคำวินิจฉัยแบบองค์คณะที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร
...
เมื่อถามว่า กรณีมติการถอนชื่อสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยจะปิดประตูเลือก สสร. ทางอ้อมหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า การเสนอร่างที่มีปัญหาอาจทำให้ไม่สำเร็จได้ แม้จะทำให้ดูดี ประชาชนชอบ แต่เราไม่ได้ทำเพื่อหาเสียง แต่ทำเพื่อเกิดขึ้นได้จริง ที่กำหนดให้ สสร. มาจากประชาชน แต่ไม่สำเร็จ หรือทำเพื่อหวังผลอื่นจะมีประโยชน์อะไร ทั้งนี้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยตรงผ่านการออกเสียงประชามติ แต่การดำเนินการที่ต่อเนื่องคือให้ประชาชนเห็นด้วย โดยให้ฟังความเห็นประชาชน 1 ปี เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังทันรัฐบาลชุดนี้ ทั้งนี้ การลงมติ เราจะยืนยันตามร่างของพรรคภูมิใจไทย สำหรับกรณีของพรรคเพื่อไทย เราไม่ได้แสดงเจตนาปัดตก แต่เพราะเนื้อหามีปัญหา แต่เขาก็ได้ 189 รายชื่อแล้ว เราถอนออกมา เสียงยังพอ ความสัมพันธ์ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามย้ำว่า มีคนมองว่าร่างของพรรคภูมิใจไทย อาจเกิดปัญหาผูกขาดในสภาฯ นายนิกร กล่าวว่า หากให้เลือกตั้งตรง จะมีคนร้องและโดนคว่ำทันที เพราะเคยมีกรณีที่เกิดขึ้นในปี 2564 เคยมีประเด็นที่ล็อบบี้ไม่ให้โหวตเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพราะขัดจริยธรรม เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ไม่ใช่สมัครแล้ว ให้คนของตัวเองเข้ามา พรรคภูมิใจไทยเขียนเนื้อหาให้ทุกเสียง ทั้ง เสียงข้างน้อย เสียง สว. ต่างถูกรับฟัง