“ชัยวัฒน์” แฉสายสื่อสารครึ่งเมืองเป็นขยะทิ้งร้าง บางส่วนเบี้ยวค่าธรรมเนียม ติงผู้บริหารชุดเดิมละเลยความปลอดภัยประชาชน 


วันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 10 จากพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ หรือ “ทนายแรมโบ้” ผู้สมัคร ส.ก. เขตดินแดง หมายเลข 3 ได้เดินทางลงพื้นที่เขตดินแดง เพื่อสำรวจและตรวจสอบปัญหาสายสื่อสารรกรุงรังที่ถูกปล่อยปละละเลยจนสร้างความเดือดร้อนและความไม่ปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีสายสื่อสารพาดผ่านพื้นที่สาธารณะเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า “กว่าครึ่งหนึ่งเป็นสายที่หมดสภาพการใช้งานแล้ว” หรือเป็นสายเก่าที่ไม่มีผู้ใช้งานแต่ไม่มีการรื้อถอน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสายสื่อสารอีกบางส่วนที่ไม่ยอมชำระค่าธรรมเนียมให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ยังคงลักลอบใช้พื้นที่สาธารณะของเมืองอยู่ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว กทม. มีอำนาจตามกฎหมายอย่างเต็มที่ในการเข้าจัดการ

“ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการขาดงบประมาณหรือขาดอำนาจในการแก้ไข แต่อยู่ที่เจตจำนงของผู้บริหาร กทม. ว่าจะมีความกล้าหาญและใส่ใจที่จะปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายในชีวิตประจำวันเช่นนี้ต่อไปหรือไม่” นายชัยวัฒน์ ระบุ

นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า หากพรรคประชาชนได้รับโอกาสเข้าไปบริหารกรุงเทพมหานคร จะจัดระเบียบเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยมีมาตรการเร่งด่วนคือ การสำรวจและจัดทำฐานข้อมูล (Database) สายสื่อสารทั่วกรุงแยกประเภทให้ชัดเจนว่า สายใดใช้งานอยู่, สายใดหมดสภาพ และสายใดไม่จ่ายค่าธรรมเนียม จากนั้นจะใช้อำนาจตามกฎหมายทำการตัดและรื้อถอนสายที่ไม่ถูกต้องออกทันที จะไม่ปล่อยให้สายทิ้งร้างสร้างความเสี่ยงให้คนกรุงอีกต่อไป

...

นอกจากนี้ยังได้ยกตัวอย่างกรณี “โรงขยะอ่อนนุช” ที่พรรคประชาชนเคยเสนอแนวทางแก้ไขต่อ กทม. มาโดยตลอดแต่กลับไม่มีการตอบรับอย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาเมืองขึ้นอยู่กับความกล้าตัดสินใจของผู้บริหาร

“หากพวกตนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหาร กทม. ยืนยันว่าจะกล้าตัดสินใจด้วยความแน่วแน่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะเมืองที่แคร์คนต้องเริ่มจากการไม่ละเลยปัญหาที่ประชาชนต้องพบเจอทุกวัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “กรุงเทพง่ายๆ” ที่จะเกิดขึ้นจริงในสมัยของผู้ว่าฯ พรรคประชาชน” นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย