“ทักษิณ ชินวัตร” ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ต้องรอรับ “ใบบริสุทธิ์” ก่อนถอดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ ปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศ


วันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัว เป็นไปตามมาตรา 8 แห่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 (อ่านเพิ่มเติม : มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษผู้ต้องราชทัณฑ์) เนื่องด้วยมีโทษเหลืออยู่ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ จึงทำให้จากเดิมที่ นายทักษิณ ยังอยู่ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ 4 เดือน นับแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และจะพ้นโทษบริบูรณ์ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งนายทักษิณ จะต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เดือนละครั้ง ก็ถือว่าสิ้นสุดระยะเวลาการคุมประพฤติทันที และไม่ต้องรอให้ถึงวันพ้นโทษ 9 กันยายน เพราะ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษครั้งนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีมีคุณสมบัติครบถ้วนให้ปล่อยตัวไป 

ส่วนกรณีเรื่องการปลดกำไล EM ภายหลังพ้นโทษนั้น อดีตนายกรัฐมนตรียังจำเป็นต้องรอกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 ซึ่งระบุไว้ว่า “ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแห่งท้องที่ ผู้พิพากษาศาลแห่งท้องที่ หรือตุลาการศาลทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน และพนักงานอัยการแห่งท้องที่หรืออัยการทหารแห่งท้องที่หนึ่งคน รวม 3 คน เป็นคณะกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษและส่งรายชื่อต่อศาลแห่งท้องที่ให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อความสะดวกแก่ศาลแห่งท้องที่นั้นพิจารณาออกหมายสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือออกคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับ แล้วแต่กรณี ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้ซึ่งถูกลงโทษจำคุกตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ตรวจสอบและส่งรายชื่อต่อนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ เพื่อนายกรัฐมนตรีพิจารณาออกคำสั่งปล่อยหรือลดโทษแล้วแต่กรณี เมื่อได้มีหมายหรือคำสั่งปล่อยหรือลดโทษ หรือคำสั่งยกเลิกการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์แทนค่าปรับแล้ว ให้คณะกรรมการทำบัญชีผู้ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษเก็บไว้ที่เรือนจำหรือทัณฑสถานหนึ่งฉบับ ส่งศาลหนึ่งฉบับ ส่งกระทรวงยุติธรรมหนึ่งฉบับ และทูลเกล้าฯ ถวายอีกหนึ่งฉบับ..” 

...

นอกจากนี้ นายทักษิณ ต้องได้รับเอกสารใบบริสุทธิ์ หรือใบสุทธิให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งใบบริสุทธิ์ถือเป็นเอกสารสำคัญการปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดที่พ้นโทษ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังใช้ในการปลดรายชื่อออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรที่มีผลต่อการเดินทางไปต่างประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นทั้งกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการตามมาตรา 21 และได้รับใบบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรีจึงจะได้รับการนัดหมายประสานงานเข้าพบเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 เพื่อรับการปลดกำไล EM คืนสู่อิสรภาพ