นายกฯ ลงนามจัดตั้ง “ศบค.ชด.” รับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หลังกองทัพประเมินสถานการณ์แนวชายแดนส่อแววทวีความรุนแรง
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 212/2569 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อเร่งขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงและยกระดับศักยภาพการป้องกันชายแดนของไทยให้เป็นรูปธรรม ซึ่งคำสั่งระบุถึงเหตุผลความจำเป็นว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพบว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนของไทยมีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาภัยคุกคามจาก อาชญากรรมข้ามชาติ, ยาเสพติด, อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (แก๊งคอลเซ็นเตอร์/พนันออนไลน์), ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งตามแนวชายแดน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงและการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จึงมีมติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ให้ยกระดับการทำงานและบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามดังกล่าว
...
เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้นายกรัฐมนตรีจึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ออกคำสั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิเศษขึ้น โดยมีรายละเอียดโครงสร้างและอำนาจหน้าที่หลักดังนี้ จัดตั้ง “ศบค.ชด.”ชื่อเต็มคือ “ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน” ให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ฯ (ผอ.ศบค.ชด.) รับผิดชอบขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงชายแดนและความสัมพันธ์ต่อประเทศเพื่อนบ้าน มีอำนาจเต็มในการอำนวยการ ประสานงาน ควบคุม กำกับดูแล และ "สั่งการ" ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามสายการบังคับบัญชา พร้อมทั้งมีสิทธิ์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจได้ตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวระบุชัดเจน บังคับให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ต้องให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานของ ศบค.ชด. ทั้งในเรื่องการจัดสถานที่ ส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยราชการ ประสานระบบติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงการ "แจ้งข้อมูล ข่าวสาร และข่าวกรอง" ในพื้นที่อย่างห้ามบิดพลิ้ว
ในส่วนของท่อน้ำเลี้ยงและการบริหารจัดการงบประมาณ ในคำสั่งข้อ 8 ระบุว่า ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ ศบค.ชด. ให้เบิกจ่ายตามระเบียบราชการ โดยใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ได้เปิดทางให้กระทรวงกลาโหม โดยกองบัญชาการกองทัพไทย สามารถดำเนินการเสนอขอรับการสนับสนุนจาก "งบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น" เพื่อให้การทำงานศึกลดแรงปะทะพรมแดนในยุค 2569 นี้เป็นไปอย่างคล่องตัวและทันท่วงทีมากที่สุด