รมว.สาธารณสุข สั่งสกรีนพื้นที่เชิงรุกปราบภัยยาเสพติดลามสถาบันครอบครัว สะเทือนใจปมเด็กชายวัย 15 เสพยาบ้าคลั่งก่อเหตุข่มขืนมารดาแท้ๆ
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการตรวจสอบสารเสพติดเชิงรุกในพื้นที่ หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญกรณีเด็กอายุ 15 ปี ที่จังหวัดชัยภูมิ มีพฤติกรรมติดยาเสพติดเรื้อรังจนเกิดอาการหลอนและก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรามารดาตนเอง โดยยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจได้ประสานงานเชิงรุกร่วมกับฝ่ายปกครอง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปูพรมตรวจสกรีนพื้นที่เสี่ยงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากชุมชนใดพบเบาะแสเพิ่มเติมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจสอบได้ทันที
ต่อข้อซักถามว่า ระบบการเฝ้าระวังผู้ป่วยยาเสพติดและจิตเวชในปัจจุบัน ดูเหมือนจะยังไม่ครอบคลุมและไม่ทันต่อสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นายพัฒนาชี้แจงว่า หน่วยงานรัฐทำงานเชิงรุกเต็มกำลัง แต่เนื่องจากผู้เสพกระจายอยู่ตามชุมชน จึงจำเป็นต้องอาศัยพลังของคนในพื้นที่ช่วยดูแล หากคนในชุมชนพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีอาการตาขวาง ตาลอย หรือพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของอาการหลอนยา ขอให้รีบแจ้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือสาธารณสุขทันที เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสกัดกั้นก่อนจะเกิดเหตุร้าย
ในส่วนของการดูแลสภาพจิตใจของผู้เสียหายซึ่งเป็นมารดารวมถึงคนในพื้นที่ นายพัฒนา ระบุว่า ได้สั่งการด่วนให้สหวิชาชีพร่วมกับกรมสุขภาพจิต ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อฟื้นฟูเยียวยาจิตใจของผู้รับผลกระทบและคนในชุมชนที่ยังอยู่ในอาการตื่นตระหนกอย่างใกล้ชิดแล้ว
สำหรับความคืบหน้าของตัวเด็กชายวัย 15 ปีผู้ก่อเหตุ นายพัฒนากล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอรายงานพฤติกรรมระหว่างการบำบัดอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม จากคดีที่เกิดขึ้นทำให้กระทรวงต้องกลับมาทบทวนมาตรการทางกฎหมายและสาธารณสุขอย่างจริงจัง แนวคิดที่ว่าผู้เสพคือผู้ป่วยยังคงมีความจำเป็น แต่หากเข้าสู่กระบวนการแล้วยังมีพฤติกรรมเสพซ้ำๆ วนเวียนไม่รู้จบ จนสร้างความวิตกกังวลและเป็นอันตรายต่อสังคม จากนี้อาจต้องมีการพิจารณายกระดับมาตรการให้เข้มข้นและเด็ดขาดมากขึ้น เพื่อเป้าหมายในการบำบัดที่ได้ผลจริงและต้องไม่กลับไปเสพซ้ำอีก
...