“จาตุรนต์” ขอบคุณ 7 พรรค 189 เสียง ร่วมหนุนร่างแก้ รธน. ไม่แบ่งฝ่ายค้าน–รัฐบาล มั่นใจไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เผยเพื่อไทยเตรียมยื่นประธานสภาฯ 4 มิ.ย. นี้


วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยความคืบหน้าการขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อสนับสนุนครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว โดยมี สส. รวม 189 คน จาก 7 พรรคการเมือง ร่วมลงชื่อ และพรรคเพื่อไทยจะนำร่างดังกล่าวไปยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 นี้

นายจาตุรนต์ กล่าวขอบคุณ สส. จากพรรคต่าง ๆ ที่ร่วมลงชื่อให้ร่างของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นไปตามที่ได้หารือกันไว้ว่า สส. ไม่ว่าจะสังกัดพรรคใด จะร่วมมือซึ่งกันและกัน โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ทั้งนี้ หากยังมีพรรคใดต้องการผู้ลงชื่อเพิ่มเติม พรรคเพื่อไทยยินดีร่วมลงชื่อสนับสนุน เพื่อให้มีร่างเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเป็นจำนวนมาก และให้ทุกพรรคสามารถมีร่างที่ตนเองยกร่างขึ้นได้ โดยพิจารณาจากหลักการสำคัญในการแก้ไขมาตรา 256 ให้มีกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

นายจาตุรนต์ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันผลักดันให้สำเร็จโดยเร็ว เพราะประเทศต้องมีความพร้อมในการรับมือกับวิกฤต หากยังล่าช้าในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ในขณะที่วิกฤตยังบานปลายและยืดเยื้อ ประเทศก็จะอยู่กับระบบที่ไม่พร้อมต่อการปรับตัว จนสูญเสียโอกาสที่จะพัฒนา

ประเด็นสำคัญอีกประการ คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ใช่สักแต่ทำให้เกิดการเขียนขึ้นโดยไม่ดูเนื้อหาว่ามีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยเพียงใด เพราะต้องไม่ลืมว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้พัฒนาจนกลายเป็นระบบที่มีเจ้าของ มีผู้ที่มีอำนาจหรือองค์กรเหนือกว่าประชาชนและยังไม่เชื่อมโยงกับประชาชน แต่กลับมีอำนาจเหนืออำนาจอธิปไตย อย่างน้อยคือเหนืออำนาจฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจฝ่ายบริหาร ระบบเช่นนี้ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลสูญเสียไป การแข่งขันทางนโยบายไม่มีความเข้มแข็งเหมือนในอดีต และเมื่อป้องกันการทุจริตไม่ได้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็จะตกต่ำลงเรื่อย ๆ

...

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น โจทย์ที่ต้องคิด และพรรคเพื่อไทยขอยืนยัน คือ ที่มาของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่จะมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องมีความเชื่อมโยงกับประชาชน โดยโมเดลที่พรรคเพื่อไทยเสนอ คือ ให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดเลือกตั้งผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อมาก่อน รวม 300 คน จากนั้นให้สมาชิกรัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 100 คน และคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรต่าง ๆ อีก 52 คน รวมเป็น สสร. ทั้งสิ้น 152 คน ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่ารัฐสภาจะไม่สามารถผูกขาดหรือกำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้

“เมื่อที่มาของ สสร. และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่เชื่อมโยงกับประชาชนตลอดทางตั้งแต่ต้นจนจบไปถึงการออกเสียงประชามติ โอกาสที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เป็นประชาธิปไตยจะเกิดขึ้น”

สำหรับข้อห่วงใยว่าร่างดังกล่าวอาจขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ขอให้ทุกฝ่ายอย่าเป็นห่วงจนเกินไป โดยยังเชื่อว่าร่างของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตรงกันข้าม หากไม่ทำให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนเลย การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะสูญเปล่า เพราะเนื้อหาอาจเหมือนเดิม หรืออาจแย่กว่าเดิม ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการ

“ประชาชนที่ลงประชามติไปก่อนหน้านี้ มีความตั้งใจที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้น สังคมไทยควรใช้ข้อเท็จจริงนี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ด้วยการช่วยกันผลักดันให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”