ในเมืองที่เราตื่นขึ้นมาทำงานทุกเช้า เรามีความเป็นเจ้าของมากแค่ไหน ชวนอ่านความคิดเห็นจากไทยรัฐโพล ในหัวข้อ เจาะลึกเสียงคนกรุงเทพฯ สำรวจเสียงสะท้อน และเมืองในฝันที่คุณอยากเห็น
ทุกๆ เช้าที่ผู้คนในกรุงเทพฯ ตื่นมาทำงาน เดินทางบนท้องถนน ร่วมกันสูดออกซิเจนเข้าไป แล้วคายคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่หนึ่งคำถามสำคัญก็คือ บรรดาผู้คนที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร รู้สึกว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองของคุณแค่ไหน
จากผลสำรวจของไทยรัฐออนไลน์ ในหัวข้อ “เจาะลึกเสียงคนกรุงเทพฯ สำรวจเสียงสะท้อน และเมืองในฝันที่คุณอยากเห็น” โดยมีผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ เข้ามาร่วมตอบคำถามเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,930 คน
คำถามแรกที่ถามว่า “คุณรู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองของคุณมากแค่ไหน” คำตอบที่มาเป็นอันดับหนึ่งไม่ใช่ความรู้สึกที่เป็นเจ้าของเมือง หากแต่เป็นความรู้สึกของการมาอาศัย-มาทำงาน ไม่ได้เป็นเจ้าของ ด้วยสัดส่วน 32.92 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาถือว่ามีความใกล้เคียงกัน รู้สึกเป็นเจ้าของเมืองนี้อย่างแท้จริง อยู่ที่ 24.59 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกเฉพาะย่านที่ตัวเองอยู่ 24.22 เปอร์เซ็นต์ น้อยที่สุดคือคำตอบที่ตอบว่า ไม่แน่ใจ 18.27 เปอร์เซ็นต์
คำถามที่สองถามว่า คนทำงานและใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ แต่ไม่ได้มีทะเบียนบ้าน ควรเข้าถึงสวัสดิการ และบริการของ กทม. ได้หรือไม่
จากผู้ตอบคำถามนี้ เสียงส่วนใหญ่เอนไปที่ ควรได้เท่ากันทุกอย่าง ที่ตัวเลข 42.15 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย 35.09 เปอร์เซ็นต์ให้ความเห็นว่า ควรได้บางส่วน เช่น สาธารณสุข การศึกษา
ขณะที่ความเห็นว่า ควรจำกัดเฉพาะคนที่มีทะเบียนบ้านใน กทม. อยู่ที่ 13.54 เปอร์เซ็นต์ และไม่แน่ใจ 9.22 เปอร์เซ็นต์
เมื่อสอบถามถึงคุณสมบัติของผู้ว่าฯ กทม. ที่ดีในสายตาผู้ตอบโพล โดยคุณสมบัติที่มาเป็นอันดับหนึ่งคือ กล้าตัดสินใจ กล้าชน กล้าลุย ทุกปัญหา ที่ 28.72 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้ 22.71 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย มีวิสัยทัศน์ คิดและวางแผนในระยะยาว 20.61 เปอร์เซ็นต์ และบริหารจัดการเก่ง ทำงานเป็นระบบ 19.57 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การลงพื้นที่ ติดดิน เข้าถึงประชาชน อยู่ที่ 8.39 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่าสี่อันดับแรกเกาะกลุ่มกันในระยะที่ไม่ห่างนัก ก่อนจะทิ้งระยะกับอันดับสุดท้าย
...
คำถามถัดมาเป็นคำถามเชิงสมมติว่า หากวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง ผู้ตอบมีแนวโน้มจะลงคะแนนให้ใคร ผลเรียงตามลำดับ ดังนี้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำเป็นอันดับหนึ่งที่ 54.53 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วย “ยังไม่ตัดสินใจ” 17.20 เปอร์เซ็นต์, ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน 13.85 เปอร์เซ็นต์, มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข 6.28 เปอร์เซ็นต์, อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ 3.57 เปอร์เซ็นต์, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อยู่ที่ 2.64 เปอร์เซ็นต์, ชาญเทพ เสสะเวช ตัวแทนจากพรรคเศรษฐกิจ และภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ จากกลุ่มกรุงเทพบินได้ เท่ากันที่ 0.64 เปอร์เซ็นต์, คมสัน พันธุ์วิชาติกุล ได้ผลโหวต 0.43 เปอร์เซ็นต์ และวรัญชัย โชคชนะ อยู่ที่ 0.21 เปอร์เซ็นต์
ในส่วนคุณลักษณะใดที่จะใช้ “ตัดสินใจ” เลือกผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้? มากที่สุด เน้นความซื่อสัตย์ ตรวจสอบได้ 35.29 เปอร์เซ็นต์ ไล่เลี่ยกับ เน้นแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย เช่น ขยะ/ท่อ/ทางเท้า 30.72 เปอร์เซ็นต์ ส่วนโครงสร้างใหญ่อยู่ที่ 24.39 เปอร์เซ็นต์ และทัศนคติทางการเมืองที่ตรงกันน้อยที่สุด 9.6 เปอร์เซ็นต์
คำถามสุดท้ายเป็นการถามถึงสิทธิการเลือกตั้ง 53.21 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และมีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ ส่วนที่เยอะรองลงมาคือ ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง 26.91 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ 14.81 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ อีก 5.06 เปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ ตัวเลขชุดนี้สะท้อนเฉพาะแนวโน้มของผู้ตอบโพลในกลุ่มผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ไม่ใช่การคาดการณ์ผลเลือกตั้ง หรือตัวแทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด