“นายกฯ อนุทิน” ยันทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ “บัตรคนจน” รอบใหม่ ก.คลัง มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย บอกไม่ต้องแก้เกมกัมพูชา ยัน ไทยยืนบนความต้องการประชาชน


เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการทบทวนสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องจนไม่จริง ว่า มีหลักเกณฑ์อยู่ เป็นหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดูแลอยู่ ซึ่งตนไม่ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติม เพราะมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กัมพูชายื่นหนังสือแจ้งเตือนประเทศไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ภายหลังรัฐบาลไทยยกเลิก MOU 2544 ว่า ยังไม่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไร เรื่องของ MOU 2544 เราแจ้งแก่ผู้นำกัมพูชาตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียน เขาก็รับทราบ และได้แจ้งกลับว่ารู้สึกผิดหวัง หลังจากนี้จะใช้ UNCLOS ในการดำเนินการต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการเมื่อใด 

...

เมื่อถามว่า จะถูกมองต่อหน้าและหลังฉากไม่เหมือนกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ใครมองอะครับ ผมไม่ได้มองแบบนั้น ผมมองว่าเหมือนกันหมด” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า คนไทยมองกัมพูชาว่าบนเวทีนานาชาติเป็นอีกอย่าง แต่การเดินเกมก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง นายอนุทิน ระบุว่า อยู่ที่ประเทศไทยยืนบนหลักการอย่างไร และยังไม่มีจุดไหนที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ “มีการพูดกันมาตลอดสัปดาห์ว่าเปิดด่าน เปิดนั่นเปิดนี่ แล้วมีไหมล่ะ กุเรื่องขึ้นมา” บอกให้นักเรียนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเรียนในฝั่งไทยเพื่อมนุษยธรรม เขียนเฟกนิวส์กันไปเรื่อย ต้องเดือดร้อนผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ต่างประเทศต้องชี้แจงว่าไม่มี เพราะไม่มีใครชี้แจงได้ชัดเจนเท่าผู้ว่าฯ และการที่เราไปเจรจากับนานาชาติ เวียดนามก็มาเยือนเรา เราก็เพิ่งไปพบกับผู้นำฝรั่งเศส หรือ ผอ.ยูเนสโก ก็ไม่ได้มีปัญหา ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมาปรับท่าที เพราะไม่มีใครหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาแม้แต่น้อย 

ทางด้านคำถามว่า กัมพูชาพูดคุยกับนานาชาติมากขึ้น รัฐบาลไทยต้องแก้เกมอย่างไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมต้องแก้เกม เราดำเนินการในแบบของไทย ที่เรารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และทำให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ ยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคง ตลอดจนความเป็นที่ยำเกรงของอริกับประเทศของเรา ซึ่งเราก็มีหลักการในการดำเนินการอยู่แล้ว