“ชัยวัฒน์”ชูนโยบายนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง อุ้มผู้ป่วยติดเตียงทั่วกรุงฯ เปิดเรตจ้างงาน 15,000 บาท/เดือน แบ่งเบาภาระครอบครัว
วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาประชาชนในชุมชนทุ่งครุพัฒนา เขตทุ่งครุ ร่วมกับ นายมหัทธวัฒน์ พรเภตรา ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตทุ่งครุ เพื่อเข้าเยี่ยมเยียนและดูสภาพความเป็นอยู่ของผู้ป่วยติดเตียง ก่อนเดินทางต่อไปยังเขตจอมทอง ร่วมกับ นายกิรติ จงพิพิธพร ผู้สมัคร ส.ก. เขตจอมทอง เบอร์ 1 เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและระบบขนส่งทางน้ำ
นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ชุมชนทุ่งครุพัฒนาได้พบกับ “ลุงแหวง” ผู้ป่วยติดเตียงซึ่งมีภรรยาวัยใกล้เคียงกันเป็นผู้ดูแลหลัก ขณะที่ลูกๆ ต้องออกไปทำงานหาเช้ากินค่ำ การจะลางานมาดูแลหรือพาไปพบแพทย์ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง ซึ่งเรื่องนี้ตนเข้าใจอย่างลึกซึ้งเนื่องจากเคยมีประสบการณ์ดูแลคุณพ่อที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงนานถึง 2 ปีก่อนท่านเสียชีวิต
“หลายครอบครัวต้องเผชิญความยากลำบากในการบาลานซ์ระหว่างการดูแลคนที่รักกับการทำงานหาเงิน การที่เมืองไม่สามารถเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระตรงนี้ได้ ก็ไม่ต่างจากการหันหลังให้ประชาชนในวันที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด” นายชัยวัฒน์ กล่าวและว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีผู้ป่วยติดเตียงสูงถึง 15,000 คน แต่มีนักบริบาลเพียง 3,000 คนเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นการจ้างงานแบบพาร์ตไทม์ที่ได้รับค่าตอบแทนเพียง 3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งไม่เพียงพอและไม่สะท้อนความเป็นจริง
พรรคประชาชนจึงขอเสนอนโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขชุมชน ด้วยการเพิ่มตำแหน่งนักบริบาล 5,000 ตำแหน่ง เปิดอบรมคนในชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) สู่มืออาชีพ ปรับอัตราค่าตอบแทนใหม่ จ่ายค่าแรง 120 บาทต่อชั่วโมง หรือสูงสุด 15,000 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่ทำงานเต็มเวลา (Full-time) แจกคูปองดูแลผู้ป่วยฟรี ผู้ป่วยติดเตียงทั้ง 15,000 คน จะได้รับคูปองเพื่อเรียกใช้บริการนักบริบาลได้ 16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ช่วยให้ลูกหลานมีเวลาออกไปทำมาหากิน จัดตั้งศูนย์ยืม-คืนอุปกรณ์การแพทย์ ให้บริการยืมอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วยฟรีใกล้บ้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายแฝงของครอบครัว
...
นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า พรรคประชาชนเชื่อมั่นว่ากรุงเทพมหานครต้องเป็นเมืองที่แคร์ทุกคน ไม่ปล่อยให้ความเจ็บป่วยของคนคนหนึ่งกลายเป็นภาระที่ทั้งบ้านต้องแบกรับจนทรุดตามกันไป และพร้อมจะเปลี่ยนให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่พร้อมอยู่เคียงข้างและช่วยดูแลคนที่ประชาชนรักอย่างแท้จริง