“อภิสิทธิ์” ชี้โครงการกู้เงินแสนล้านแค่ประคองสี่เดือน พร้อมเตรียมถล่มงบพิรุธ “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน ในสภาฯ 4 มิ.ย.


วันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ตลาดดินแดง เขตดินแดง เพื่อรับฟังปัญหาปากท้องและค่าครองชีพของประชาชน พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลและการบริหารจัดการพลังงาน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพงจากต้นทุนน้ำมันอย่างจริงจัง โดยระบุว่า แม้ปัจจุบันรัฐบาลจะมีโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในอัตราส่วน 60:40 แต่เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราว หากราคาสินค้ายังคงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุด และเมื่อครบกำหนด 4 เดือนของโครงการ รัฐบาลจะตอบคำถามอย่างไรกับเงินกู้กว่า 1 แสนล้านบาทที่นำมาใช้

“รัฐบาลไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นตอ โดยเฉพาะเรื่องค่าการกลั่นน้ำมันของโรงกลั่น ซึ่งพรรคได้ทักท้วงไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่กระทรวงพลังงานยังนิ่งเงียบ ไม่มีคำชี้แจงใดๆ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า วิธีที่ง่ายที่สุดที่รัฐบาลทำได้ทันทีคือ “การยกเว้นเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” เพื่อลดต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งสินค้าลดลงตามไปด้วย หากรัฐบาลยอมรับฟังและดำเนินการตั้งแต่แรก ประชาชนคงไม่ต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่สูงลิ่วเช่นนี้ โดยพรรคเตรียมนำประเด็น พ.ร.ก. ติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าว เข้าสู่การอภิปรายในที่ประชุมสภาฯ วันที่ 4 มิถุนายนนี้

เมื่อถึงความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณโครงการ “TH-AI Passport” มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท นายอภิสิทธิ์บอกว่า เรื่องนี้สังคมได้รับรู้และตั้งคำถามอย่างกว้างขวางแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโครงการที่อ้างการนำเทคโนโลยีมาใช้เฉพาะกลุ่ม และกำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกัน ทั้งในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ ทำไมรัฐบาลไม่ไปจัดการปรับปรุงโครงการเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพ จะได้ไม่ต้องมากู้เงินเพิ่มให้กลายเป็นภาระและมรดกบาปส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต

...