“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ผนึกตำรวจ-ขนส่ง ตามล่าคนขับแอปทิ้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกลางอโศกแล้วทำร้ายซ้ำ บี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิด เร่งเยียวยา กู้ภาพลักษณ์ประเทศ


วันที่ 1 มิ.ย. 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการด่วนให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นวัย 52 ปี ที่ถูกคนขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันชื่อดังไล่ลงกลางทางย่านอโศก โดยอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มระยะทาง ก่อนตามลงมาทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ ตามที่เพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย v+” เผยแพร่ สอดรับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว


นางสาวศุภมาส กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ละเมิดสิทธิผู้บริโภคอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ผู้บริโภคหมายถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้รับบริการ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวรายนี้จึงได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมคนไทย และตามมาตรา 4 ผู้บริโภคมีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ คือเรียกรถแล้วต้องถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่ใช่ถูกทิ้งกลางทางหรือถูกทำร้าย มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม เมื่อทำความตกลงจองรถและจ่ายค่าโดยสารแล้ว คนขับต้องส่งถึงปลายทาง จะอ้างว่าค่าโดยสารไม่คุ้มแล้วไล่ลงกลางทางไม่ได้ และมีสิทธิได้รับการชดเชยเมื่อเกิดความเสียหาย กรณีนี้เข้าข่ายครบทุกข้อ


ทั้งนี้ สคบ. กำหนดเรียกบริษัทผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเข้าชี้แจงในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ สคบ. เพื่อตรวจสอบมาตรการคัดกรองคนขับและบทลงโทษ พร้อมเรียกร้องให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหาย และในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569 จะเชิญผู้ประกอบการในลักษณะเดียวกันประมาณ 13 ราย มาประชุมวางแนวทางกำกับดูแลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

...

.

“ดิฉันยอมให้ผู้ให้บริการที่ไร้ความรับผิดชอบเอาเปรียบและทำร้ายผู้บริโภคไม่ได้ ยิ่งผู้เสียหายเป็นนักท่องเที่ยว เป็นแขกบ้านแขกเมือง เรื่องนี้กระทบกับภาพลักษณ์ประเทศ แพลตฟอร์มต้นสังกัดต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยและความเสียหายของผู้โดยสารที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่แบนคนขับออกจากระบบแล้วถือว่าจบ” นางสาวศุภมาส กล่าว


นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงระบบทั้งตัวรถ ตัวคนขับ และระบบคัดกรองของแพลตฟอร์ม จึงสั่งการให้ สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามตัวคนขับที่หลบหนีมาดำเนินคดี กรมการขนส่งทางบกที่กำกับตัวรถและใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ที่กำกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เข้าเยี่ยมและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้เสียหาย และรายงานผลภายใน 30 วัน


นางสาวศุภมาส ยังชื่นชมน้ำใจพลเมืองดีในพื้นที่ที่เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจนเหตุไม่บานปลาย โดยกล่าวว่า “น้ำใจของคนไทยในยามคับขันคือสิ่งที่ช่วยกอบกู้ความรู้สึกและภาพลักษณ์ของประเทศไว้ได้ รัฐบาลขอขอบคุณจากใจจริง”