“ชาญเทพ” เดินสวนจตุจักร-สวนรถไฟ ขอเสียงคนกรุง ชูนโยบาย “ขยายเวลาสวน” แบบมีมาตรการรองรับครบวงจร เพิ่มจุดบริการน้ำดื่มสะอาด


วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช หรือ “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่สวนจตุจักรและสวนรถไฟเมื่อช่วงเย็นวันนี้ เวลา 17.30 น. พร้อม ประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตคนเมือง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนความไม่ปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ทั้งปัญหาโรคจิตคุกคามความเป็นส่วนตัวของผู้หญิงไปจนถึงเหตุลักทรัพย์


พล.ต.ท.ชาญเทพ เปิดเผยหลังเดินสำรวจพื้นที่ว่า สวนสาธารณะของกรุงเทพมหานครในปัจจุบันกำลังเผชิญกับปัญหาสั่นคลอนความมั่นใจของประชาชน โดยพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจทั้งการมีกลุ่มคนโรคจิตเข้ามาแอบถ่ายภาพผู้หญิงที่มาออกกำลังกาย รวมถึงปัญหาอาชญากรรมอย่างการลักขโมยรถจักรยานยนต์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้


“คนกรุงต้องไม่ขวัญผวา”

“หากผมได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม. การแก้ไขปัญหาความปลอดภัยจะเป็นภารกิจเร่งด่วนที่สุด ผมจะไม่ปล่อยให้เหตุการณ์โรคจิตแอบถ่ายหรือการคุกคามในสวนสาธารณะเกิดขึ้นอีก ด้วยประสบการณ์การทำงานสายตำรวจที่ผ่านมา ผมรู้วิธีจัดการและสามารถควบคุมดูแลได้แน่นอน ผมจะเปลี่ยนสวนสาธารณะให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนต้องมีความสุขและปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างแท้จริง” พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว

ชูนโยบาย “ขยายเวลาสวน” 

สำหรับประเด็นการขยายเวลาเปิด-ปิดสวนสาธารณะเพื่อรองรับคนทำงานเลิกค่ำ พล.ต.ท.ชาญเทพ ยืนยันว่าสนับสนุนนโยบายนี้ แต่ต้องมาพร้อมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็ม ได้แก่มาตรการความปลอดภัย: เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง และเพิ่มไฟส่องสว่างให้ทั่วถึง

...

เพิ่มจุดบริการน้ำดื่ม

พล.ต.ท.ชาญเทพ ระบุด้วยว่าประชาชนที่มาออกกำลังกายมักต้องพกพาน้ำดื่มมาเองอย่างพะรุงพะรัง จึงมีนโยบาย “จัดตั้งจุดบริการน้ำดื่มสะอาด” ไว้รองรับประชาชน เพื่อให้การมาพักผ่อนและออกกำลังกายเป็นไปอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องลำบากถือสัมภาระเกินความจำเป็น

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ยังได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของร้านค้าภายในสวนสาธารณะที่มักถูกมองว่ามีกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรือ “มาเฟีย” อยู่เบื้องหลัง โดยประกาศจะจัดระบบประมูลร้านค้าใหม่ทั้งหมดให้มีความโปร่งใส ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเดิมและคืนพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรม