“ปลัดดีอี” ตั้งโต๊ะแถลงยันบิ๊กโปรเจกต์ “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน โปร่งใส ปัดเอื้อทุนการเมืองสีน้ำเงิน ลั่นยึดเกณฑ์เทคนิค 80%
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เปิดเผยไทม์ไลน์ละเอียดยิบเพื่อยืนยันความโปร่งใส โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างฐานข้อมูลภาษาไทยขนาดใหญ่ (LLM) เพื่อขับเคลื่อนระบบ AI ของประเทศ โดยไทม์ไลน์เริ่มตั้งแต่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เห็นชอบโครงการเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2568 ก่อนเปิดประชาพิจารณ์ในเดือนธันวาคม 2568 และประกาศเชิญชวนประกวดราคาตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ถึง 26 มกราคม 2569 ยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด
สำหรับผลการประมูลผู้ชนะคือ “กิจการร่วมค้าทีเอช” ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยเสนอราคาที่ 1,621 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง 29 ล้านบาท และได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะอย่างเป็นทางการหลังผ่านพ้นช่วงเวลาอุทธรณ์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่วนกระแสข่าวที่ว่าบริษัทผู้ชนะมีความสนิทชิดเชื้อและเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินนั้น ปลัดกระทรวงดีอีกล่าวปฏิเสธว่า "ไม่ทราบเรื่องนี้ กระทรวงพิจารณาจากเงื่อนไขทีโออาร์ (TOR) เป็นสำคัญ
ทางด้านนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการ สดช. กล่าวเสริมถึงเกณฑ์การคัดเลือกผู้ชนะว่า โครงการนี้ใช้หลัก Price and Performance โดยให้น้ำหนักกับคะแนนทางเทคนิคสูงถึง 80% และคะแนนราคาเพียง 20% เนื่องจากเป็นงานระบบที่ซับซ้อน ผู้ชนะจึงต้องเป็นกลุ่มที่เสนอโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประสบการณ์ในงานระดับพันล้านบาทขึ้นไป
...
ทั้งนี้ โครงการ “TH-AI Passport” เฟสแรก มีกำหนดจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน มิถ.ย. 2569 นี้ โดยแจกสิทธิให้ประชาชนกลุ่มแรกจำนวน 5 ล้านราย ใช้งานโมเดล AI ระดับพรีเมียมของโลก (เช่น Claude, Gemini, ChatGPT) ฟรีเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งรัฐบาลดีลราคาพิเศษได้เพียง 27.5 บาทต่อเดือนจากราคาปกติ 600 บาท ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงดีอีเตรียมจะเดินหน้าเฟส 2 ต่อทันทีในเดือน ก.ค. 2569 โดยเตรียมล็อกงบประมาณปี 2570 อีกจำนวน 900 ล้านบาท รองรับผู้ใช้งานอีก 5 ล้านคน ตั้งเป้าดันอัตราการใช้ AI ของคนไทย (AI Adoption Rate) พุ่งแตะ 20% ภายในปี 2570 เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีในสังคมไทย