“พิทักษ์เดช” ประธาน กมธ.ปปง. สภาผู้แทนราษฎร เผยเตรียมเชิญ กระทรวงดีอี กรมบัญชีกลาง ปปง. ชี้แจง โครงการ TH-AI Passport งบ 1,600 ล้าน 4 มิ.ย.นี้ หวั่นไม่โปร่งใส เสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึง การติดตามตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท หลังปรากฏข้อกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ ว่า จากกรณีที่มีการอภิปรายและตั้งกระทู้ ถามสดในที่ประชุมสภาฯ เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเข้าถึง AI ของประชาชน โดยปรากฏข้อสังเกตจาก สส. และภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการอนุมัติโครงการ การกำหนดราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง และความเชื่อมโยงเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ซึ่งกมธ.เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจและเกี่ยวข้องกับหลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเตรียมบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.
นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า ตนจะทำหนังสือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรมบัญชีกลาง และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงกับคณะกรรมาธิการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อประชาชนและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน ในวันที่ 4 มิถุนายน นี้
นายพิทักษ์เดช ยังกล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงอำนาจของหน่วยงานใด แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมสภาฯ ในการติดตามตรวจสอบและเสนอแนะแนวทางป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรัฐและประชาชน พร้อมยืนยันจะตรวจสอบด้วยความเป็นกลางโปร่งใส ยึดตามพยานหลักฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งบประมาณแผ่นดินให้สามารถตรวจสอบและโปร่งใสได้
...
เมื่อถามว่าจะเชิญรัฐมนตรีดีอี เข้าชี้แจงด้วยหรือไม่ นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า จะทำหนังสือเชิญไปที่กระทรวงดีอี รวมไปถึงกรมบัญชีกลาง เพื่อดูรายละเอียดที่มาของโครงการ และราคากลาง รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง จะต้องมาดูในประเด็นที่ยังมีความคลุมเครือ จากการตอบกระทู้ในสภา
ส่วนจะเชิญบริษัทเอกชนที่เป็นข่าวมาให้ข้อมูลกับกมธ. ด้วยหรือไม่ นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก่อน ทำได้ตามอำนาจที่กมธ.ทำได้ ซึ่งเราสามารถสอบถามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และมีการร่างทีโออาร์หรือไม่ อย่างไร
เมื่อถามว่าได้มีการตั้งข้อสังเกตกับบริษัทเอกชนดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยประมูลงานของรัฐได้เช่นเดียวกัน นายพิทักษ์เดช กล่าวว่า เราต้องไปดูที่มาของระเบียบ และตัวทีโออาร์ว่ามีการล็อกสเป็กหรือไม่ ส่วนเรื่องของบริษัทค่อยว่ากันทีหลัง มีของสวัสดิการแต่เราต้องดำเนินการตามกรอบอำนาจหน้าที่ของกมธ. ก่อน