“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” บุกศาลรัฐธรรมนูญ ยื่นหลักฐานแชตไลน์หลุด อ้างอธิบดีกรมการปกครองสั่ง “ช่วยน้ำเงินด้วย” ประกอบพิจารณาคดีบาร์โค้ด เพื่อขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหลักฐานเป็นแชตไลน์หลุด โดยอ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง ที่สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา “ช่วยพรรคสีน้ำเงิน” ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้มาขอยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้ศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ที่ศาลรัฐธรรมนูญขอความเห็น ซึ่งก่อนหน้านั้นก็คือวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนยื่นส่งหลักฐาน ส่งความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาประกอบการไต่สวนในคดีบาร์โค้ด แต่เนื่องจากมีพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นประเด็นสำคัญ คือแชตไลน์หลุด ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่างอธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบัน กับทางปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยก่อนหน้าที่ตนเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญที่เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะไม่เป็นความลับ และนำสู่การเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ ไม่สุจริตเที่ยงธรรมนั้น ซึ่งศาลได้ถามว่า เมื่อเราเห็นบาร์โค้ดแล้วจะทราบได้อย่างไร ว่าบาร์โค้ดนั้นมันจะนำสู่การให้ทราบว่าใครเป็นคนเลือกตั้ง ตนก็ได้อธิบายเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกก็คือเป็นความเห็นของตนเอง ส่วนที่ 2 ก็คือเป็นความเห็นในเชิงวิชาการของอาจารย์สมชัย และทีมงานในเรื่องของหลักวิชาการ ในส่วนของตนก็ต้องบอกว่า เป็นได้ 3 กรณี
กรณีแรกก็คือถ้าเรามองว่า กปน. เป็นคนที่ถูกเซตฉากไว้แล้ว ก็เขาเป็นคนที่ครอบครองต้นขั้วไว้แล้วก็เอามาสแกนประกบกันก็ง่ายนิดเดียว ส่วนที่ 2 ก็คือ ถ้ากรณีมีหัวคะแนน ซึ่งเป็นคนของพรรคการเมืองที่จ้างมาสั่งมา แล้วก็เอาคนที่ตัวเองอยู่ในปกครอง 3-4 คนมาต่อแถวกัน ตัวเองจำ 3 เลขสุดท้ายในบัตรเลือกตั้งไว้ ต่อมาเมื่อต้องการทราบว่า 3-4 คนที่เราหามาเป็นคนเลือกพรรคของเรา เวลาขานคะแนนก็มาถ่ายวิดีโอ ถ่ายรูปไว้ เก็บไว้แล้วก็ไปประกบกันกับตัวเลขที่มีอยู่ หรือกรณีที่ 3 ก็คือว่าหัวคะแนนไม่ต้องจำเป็นต้องมาเอง ให้คนกานี้จำ 3 เลขหลัก ไม่ว่าจะกรณีไหนก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญก่อนหน้านั้นเนี่ยก็มีข่าวว่ามีการย้ายกรมการปกครองข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย มีการทำบัตรบาร์โค้ด มีการนำไปพิมพ์ที่โรงพิมพ์ รด. ซึ่งคนที่พิมพ์ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็คนที่ดูแลก็คืออธิบดีกรมการปกครองคนนี้แหละ แล้วก็คนสั่งการในไลน์ก็คืออธิบดี จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด แต่อาจจะเป็นเรื่องของการเซตฉากไว้ที่เป็นระบบ อธิบดีกรมการปกครองครับคุมปลัดจังหวัดทั่วประเทศ ปลัดแต่ละจังหวัดคุมนายอำเภอทุกอำเภอ นายอำเภอก็คุมกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน แล้วอย่างนี้เนี่ยการเลือกตั้งมันจะเป็นระบบที่อาจจะถูกเซตมา ก็เลยนำพยานหลักฐานชิ้นสำคัญ ชิ้นใหม่ที่อาจจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ได้ส่งก่อนหน้านี้
...
นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคน้ำเงินจะไปเกี่ยวข้องหรือสั่งการกับ สว. หรือไม่นั้นไม่มีใครยอมรับ แต่ว่าก็มีการตั้งข้อกล่าวหา โดยคณะอนุกรรมการไต่สวน 26 ในคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. มีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีการพัวพันกัน สั่งการกันโดยพรรคสีน้ำเงินกับกลุ่ม สว. ในเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภาปัจจุบัน วันนี้แค่ว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับก็เป็นโมฆะได้แล้ว ผมไม่ได้บอกว่า กปน. ทั่วประเทศจะเข้าข้างพรรคสีน้ำเงินไม่ได้พูดอย่างนั้น แต่มันชี้ให้เห็นว่าบัตรเนี่ยมันถูกเซตมา เพื่ออำนวยความสะดวกกับพรรคการเมืองหรือไม่ อย่างไรผมไม่ทราบ แต่กลไกมีการสั่งให้ช่วยโดยอธิบดี ก็ไปเชื่อมโยงกับคนออกบัตร เพราะอธิบดีคือคนสั่งการ คือคนที่ดูแลบัตรเลือกตั้ง และคนที่ดูแลบัตรเลือกตั้งก็ดูแลนายอำเภอ แล้วก็ทั้งสองส่วน ก็มาสั่งการแบบนี้ แสดงว่า 3 คน 3 ส่วนเนี่ย คือคนเดียวกัน คนสั่งการ คนพิมพ์บัตร แล้วก็คนที่คุมนายอำเภอ คุมฐานเสียงทั่วประเทศ