“ชัชชาติ” ลงพื้นที่หาเสียงเขตบางกอกน้อย ชูแก้น้ำท่วมริมเจ้าพระยา ย้ำปิดจุดฟันหลอ ชาวบ้านกรี๊ดแห่ขอถ่ายรูปชนหมัด เชียร์เป็นผู้ว่าฯ ต่ออีกสมัย ขณะที่เจ้าตัวลั่น เลือกใครก็ได้แต่ขอเป็นคนทำงาน


วันที่ 29 พฤษภาคม 2569  นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามอิสระ หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่เขตบางกอกน้อย บริเวณชุมชนวัดระฆัง และย่านวังหลัง ศิริราช พร้อมกล่าวถึงนโยบายการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและการป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยนายชัชชาติ ได้นั่งรถมูฟมี จากชุมชนโพธิ์เรียง มาที่วัดระฆังฯ เริ่มเดินเท้าหาเสียงตั้งแต่ชุมชนวัดระฆังฯบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ชาวบ้าน ตอบรับและส่งกำลังใจขอให้ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ขณะที่บางคนบอกว่า ไม่ต้องมาเดินหาเสียง ก็จะ เลือกชัชชาติให้ได้ เป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ อีกสมัย โดยนายชัชชาติบอกกลับไป ไม่ว่าจะเลือกใคร มาเป็นผู้ว่าฯ แม้จะไม่ใช่ตนเองก็ขอให้เลือกคนดี คนทำงาน มาทำงานให้คนกรุงเทพฯ 


...

นายชัชชาติ ได้ลงพื้นที่ไปดูจุดป้องกันน้ำท่วมเป็นเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ว่า ปัญหาหลักเกิดจากทั้งน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น และอาจไหลเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำได้ โดยแนวทางสำคัญในการป้องกันน้ำท่วม คือ การก่อสร้างแนวเขื่อนป้องกันน้ำตลอดแนวริมแม่น้ำ ตั้งแต่พื้นที่บางนาไปจนถึงเขตบางพลัดติดจังหวัดนนทบุรี ซึ่งแนวเขื่อนจะมีระดับความสูงประมาณ 2.80 - 3 เมตร ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ยอมรับว่า ที่ผ่านมายังมีปัญหาจุดฟันหลอหรือจุดที่ไม่สามารถก่อสร้างเขื่อนได้ เนื่องจากติดพื้นที่เอกชนหรือบริเวณท่าเรือ โดยเมื่อเข้ามารับตำแหน่งในช่วงแรก พบว่ามีจุดฟันหลอกว่า 100 จุด ปัจจุบันสามารถดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมได้แล้วประมาณ 70 จุด


นายชัชชาติ ยกตัวอย่างพื้นที่วังหลัง ซึ่งในช่วงปีแรกที่เข้ามาบริหารกรุงเทพมหานคร เคยเกิดน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างหนัก ประชาชนต้องเดินลุยน้ำสูงถึงระดับเข่า ก่อนที่จะมีการเจรจากับเจ้าของพื้นที่เอกชนและสามารถก่อสร้างแนวเขื่อนได้สำเร็จ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่ผ่านมา ยังพบปัญหาเขื่อนรั่วบริเวณด้านหลังร้านค้าในพื้นที่ ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมบางจุด ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม

นายชัชชาติ ระบุว่า การป้องกันน้ำท่วมถือเป็นงานระบบขนาดใหญ่ที่ต้องทยอยดำเนินการเป็นจุด ๆ โดยโครงการแนวป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยามีระยะทางรวมประมาณ 88 กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการแล้วมากกว่า 70% เหลือพื้นที่ที่ยังต้องเร่งดำเนินการอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งบางจุดยังต้องใช้กระสอบทรายป้องกันชั่วคราว โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือต่าง ๆ


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาดีขึ้นมาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้บางพื้นที่อาจยังมีน้ำท่วมขังระยะสั้นประมาณครึ่งวัน แต่หากดำเนินโครงการส่วนที่เหลือแล้วเสร็จ จะช่วยลดผลกระทบได้มากขึ้น

สำหรับปัญหาในพื้นที่เขตบางกอกน้อย นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชุมชนเก่าและชุมชนขนาดเล็ก อีกทั้งมีเส้นทางรถไฟฟ้าพาดผ่าน จึงจำเป็นต้องพัฒนาทางเดินและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงปรับปรุงพื้นที่ย่านวังหลัง ซึ่งเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอยและร้านอาหารสำคัญของประชาชนและผู้ที่เดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลศิริราช ทั้งในเรื่องปัญหาน้ำท่วมและการพัฒนาทางเดินให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยตลอดเส้นทางที่ลงพื้นที่ชุมชนและตลาดวังหลังมีกลุ่มประชาชนมาให้กำลังใจ