“ชัยวัฒน์-อัญชิสา” ลุยหาเสียงชุมชนบ่อนไก่ ชี้ปัญหาขยะถูกละเลยแม้ตั้งอยู่ทำเลทองกลางเมือง ย้ำเดินหน้าสร้าง “เมืองแคร์คน” ผู้ว่าฯ-สก. ต้องทำงานเป็นทีมแก้ปัญหาให้คนกรุง
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 10 พรรคประชาชน พร้อมด้วย นางสาวอัญชิสา โรจนยุกตานนท์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตปทุมวัน พรรคประชาชน เข้าพื้นที่เคหะชุมชนบ่อนไก่ รับฟังปัญหาของประชาชนในชุมชน
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า หลังการจับหมายเลขเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนและทีมบริหารของพรรคประชาชน พร้อมกับตัวแทนผู้สมัคร ส.ก. ของพรรค ได้ร่วมแถลงนโยบายรายเขตที่มองว่าเป็นวาระสำคัญของแต่ละพื้นที่ และต้องการผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่แคร์คนอย่างแท้จริง
ด้านนางสาวอัญชิสากล่าวว่า การเข้าพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ในวันนี้ นอกจากต้องการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้แล้ว ยังต้องการนำเสนอวาระสำคัญของเขตปทุมวันที่ตนต้องการผลักดัน โดยเรื่องแรกคือการจัดการขยะ
...
ปทุมวันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แหล่งงาน สถานศึกษา สถานพยาบาล และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพมหานคร ในแต่ละวันจึงมีผู้คนจำนวนมากหมุนเวียนเข้ามาในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดขยะจำนวนมหาศาล จนปทุมวันเป็นเขตที่มีปริมาณขยะมากเป็นอันดับ 1 ของกรุงเทพฯ เมื่อระบบจัดเก็บไม่ทัน จึงเกิดขยะสะสม ส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อสุขอนามัยและภาพลักษณ์ของพื้นที่
สำหรับชุมชนบ่อนไก่ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำได้อย่างชัดเจน แม้จะตั้งอยู่บนทำเลทองใจกลางเมือง เชื่อมต่อย่านธุรกิจสำคัญ แต่ชุมชนกลับถูกละเลยจากภาครัฐ และยังมีความเหลื่อมล้ำสูง ขณะที่ภาครัฐและเอกชนพยายามขับเคลื่อนโครงการที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมิเนียม แต่คนในชุมชนส่วนใหญ่กลับมีรายได้น้อย อาศัยอยู่ในบ้านเรือนหนาแน่น และไม่สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยใหม่ได้
พื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับความใส่ใจจากกรุงเทพมหานครอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะระบบจัดการขยะที่ไม่เอื้อต่อคนในพื้นที่ จุดทิ้งขยะมีไม่เพียงพอกับปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากจำนวนประชากรและตลาดใกล้เคียง ทำให้หลายจุดเกิดกลิ่นเหม็น กระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
นางสาวอัญชิสากล่าวต่อว่า อีกวาระสำคัญที่ต้องการผลักดันคือการลอกท่อ เนื่องจากหลายชุมชนในเขตปทุมวันยังไม่ได้รับการลอกท่ออย่างทั่วถึง โดยเฉพาะในชุมชนบ่อนไก่ บางจุดไม่มีการลอกท่อมานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการค้าขาย ซึ่งตนต้องการผลักดันให้เขตปทุมวัน รวมถึงพื้นที่อื่นในกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ค้าขายได้ง่าย ประชาชนเข้าถึงอาหารราคาย่อมเยา เพียงพอต่อค่าครองชีพ และได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย
ปัญหาเหล่านี้ถูกละเลยความสำคัญมานาน ตนจึงตั้งใจผลักดันให้เป็นวาระสำคัญของเขตปทุมวัน ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ผ่านการทำงานร่วมกันของทีมพรรคประชาชน ที่พร้อมผลักดันนโยบายเพื่อให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ง่ายขึ้น และเป็นเมืองที่แคร์ทุกคน
ด้านนายชัยวัฒน์กล่าวว่า วาระรายเขตที่เรานำเสนอสะท้อนความเข้าใจพื้นที่จริง ลงพื้นที่จริง และสามารถเป็นตัวแทนของคนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง การผลักดันวาระรายเขตของผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน จึงสะท้อนความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ว่าฯ กทม. และ สก. เพราะหากผู้ว่าฯ ไม่เข้าใจปัญหาเฉพาะของแต่ละเขต ก็จะไม่สามารถออกแบบนโยบายหรือแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้
นายชัยวัฒน์กล่าวปิดท้ายว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคลเข้าไปบริหารเมืองเท่านั้น แต่เป็นการเลือกทีมที่สามารถเข้าถึงและเข้าใจคนทุกเขตทุกกลุ่ม และเป็นทีมที่พร้อมผลักดันการแก้ปัญหาให้กับแต่ละพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยทีมของพรรคประชาชน พร้อมเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตง่าย ค้าขายง่าย เลี้ยงดูครอบครัวง่าย เดินทางง่าย และเป็นเมืองแคร์คน