นายกฯ เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำ ปธน.เวียดนามและคณะ ตอกย้ำเดินเคียงข้างบนมิตรภาพอันแน่นแฟ้น ร่วมสร้างความรุ่งเรือง อนาคตที่สดใส ของประชาชนทั้งสอง พร้อมเดินทางไปส่งถึงสนามบิน



วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.30 น. ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และภริยา ซึ่งภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนมิตรภาพอันใกล้ชิดระหว่างผู้นำไทยและเวียดนาม รวมทั้งยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมและการแสดงดนตรี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ  


จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมดื่มอวยพร (toast) เพื่อเฉลิมฉลองมิตรภาพระหว่างไทยและเวียดนาม พร้อมกล่าวถึงความผูกพันทางประวัติศาสตร์ระหว่างไทยและเวียดนาม โดยประเทศไทยเคยเป็นสถานที่พำนักของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ และปัจจุบันยังมีอนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ถึง 3 แห่ง ที่จังหวัดอุดรธานี นครพนม และพิจิตร ซึ่งสะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี

...



นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อาหาร” “วัฒนธรรม” และ “การท่องเที่ยว” เป็นอีกหนึ่งสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าหากัน โดยหากมีเวลามากกว่านี้ อยากเชิญไปชิมอาหารไทยแบบง่าย ๆ และถ้ามีโอกาสก็อยากชิมอาหารเวียดนามเช่นกัน โดยอาหารเวียดนามได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ขณะที่ละครและซีรีส์ไทยก็ได้รับความนิยมในเวียดนาม และช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางมาเยือนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีขอให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เข้มแข็งและยั่งยืนตลอดไป


ด้านประธานาธิบดีเวียดนามยินดีกับไทยที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยและความมุ่งมั่นของประชาชนชาวไทย 


การเยือนประเทศไทยครั้งนี้ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม และการเลือกไทยเป็นประเทศแรกในการเยือน ยิ่งสะท้อนถึงความสำคัญที่เวียดนามให้กับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ พร้อมขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สถานที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับประธานโฮจิมินห์ รวมถึงการดูแลวัดและชุมชนชาวเวียดนามในไทยเป็นอย่างดี


ทั้งสองประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของการกระชับความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคี อาเซียน และเวทีโลก โดยไทยและเวียดนามมีความใกล้ชิดทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เห็นได้จากความนิยมอาหารไทยในเวียดนามและอาหารเวียดนามในไทย รวมถึงการท่องเที่ยวและการขยายตัวของชุมชนทั้งสองฝ่าย 


เวียดนามพร้อมเดินเคียงข้างไทยต่อไปในอนาคต บนพื้นฐานของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และวิสัยทัศน์ร่วมของผู้นำทั้งสองประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรือง และอนาคตที่สดใสให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค


ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการเลี้ยงอาหารค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางไปส่งประธานาธิบดีเวียดนาม พร้อมภริยา ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กทม.