“ธนกร” ให้กำลังใจศาลยุติธรรม มั่นใจประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา เหน็บกลุ่มการเมืองจ้องแต่ดิสเครดิต หนุนพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง แนะนำดิจิทัลมาใช้ ระบบ one stop legal service เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวดเร็ว โปร่งใส
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทยว่า บทบาทของศาลยุติธรรม ถือเป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่สำคัญที่สุดของประเทศ และเป็นกลไกสำคัญในการธำรงหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความสงบเรียบร้อยของสังคม ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยต้องเจอกับความท้าทายต่อระบบยุติธรรมในหลายเรื่อง ทั้งปัญหาคดีล่าช้า ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรม ภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ความซับซ้อนของกฎหมาย รวมถึงข้อจำกัดด้านบุคลากรและทรัพยากรของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่า การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องยาก ใช้เวลานาน และมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม ศาลยุติธรรมไทยพยายามปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทันสมัย โปร่งใส และเข้าถึงประชาชนมากขึ้น ปัจจุบัน ศาลยุติธรรมไทยกำลังก้าวจากระบบเอกสารแบบเดิม ไปสู่ “Digital Justice” อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาระบบ e-Filing และ CIOS ที่ช่วยให้ประชาชนและทนายความสามารถยื่นคำร้อง ติดตามคดี และคัดถ่ายเอกสารออนไลน์ได้สะดวก รวดเร็ว และลดต้นทุนในการเดินทาง
นายธนกร กล่าวต่อว่า ศาลยุติธรรมยังพัฒนาระบบพิจารณาคดีผ่านระบบประชุมทางไกล รวมถึงระบบยื่นคำร้องปล่อยตัวชั่วคราวออนไลน์ การเชื่อมระบบยืนยันตัวตนกับ ThaID และการตรวจสอบเอกสารผ่าน QR Code เพื่อเพิ่มความสะดวก ความปลอดภัย และความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน ยังมีการศึกษาและนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบแปลงเสียงพูดเป็นข้อความ และ AI มาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการคดี การค้นข้อมูลกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนด้วย นอกจากนี้ ศาลยุติธรรมยังผลักดันระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ (ODR) เพื่อช่วยลดจำนวนคดี ลดต้นทุนของประชาชน และส่งเสริมการระงับข้อพิพาทอย่างรวดเร็วและสันติ
...
“สิ่งเหล่านี้ถือเป็นพัฒนาการที่ควรได้รับคำชื่นชม เพราะสะท้อนให้เห็นว่า ศาลยุติธรรมไทยกำลังพยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล และพยายามทำให้ความยุติธรรมเข้าถึงประชาชนได้จริง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีพัฒนาการที่ดี แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ควรเร่งพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมไทยมีประสิทธิภาพและได้รับความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น เป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกกลุ่ม ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อาทิ ความล่าช้าของกระบวนการพิจารณาคดีในหลายกรณี ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรม การพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม” นายธนกร กล่าว
นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับการสร้างความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในยุคที่สังคมมีความคาดหวังต่อความโปร่งใสสูงขึ้น ศาลยุติธรรมควรเพิ่มการสื่อสารกับประชาชน เปิดเผยข้อมูลเชิงสถิติที่ไม่กระทบต่อรูปคดี และพัฒนาระบบติดตามคดีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อยกระดับความสม่ำเสมอ ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม ทั้งนี้ กระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประเทศ ประชาชนเชื่อมั่นในหลักนิติธรรม คือประเทศที่สามารถสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน และลดความขัดแย้งในสังคมได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น งบประมาณด้านศาลยุติธรรมจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงงบประมาณของหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการลงทุนในหลักนิติธรรม และความยุติธรรมของประชาชน ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจัง ทั้งด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการเข้าถึงของประชาชน เพื่อให้ความยุติธรรมเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม รวดเร็ว โปร่งใส และเชื่อมั่นได้อย่างแท้จริง