“สกลธี” ประธาน กมธ.สธ. เรียก 3 หน่วยงาน กรมควบคุมโรค - ตัวแทน WHO - ตรวจคนเข้าเมือง รายงานและเฝ้าระวังรับมือ “ไวรัสฮันตา-อีโบลา” ด้านกรมควบคุมโรค ยันยกระดับคุมเข้มหน้าด่านขั้นสูงสุด


วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ได้เรียกนายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ตัวแทนจากกรมควบคุมโรค ดร.ริชชาร์ด บราวน์ (Dr Richard Brown) ตัวแทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าชี้แจงสถานการณ์และมาตรการรับมือโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาและอีโบลาต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข 

โดยนายแพทย์วิชาญ บุญกิติกร ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา รายงานว่า สำหรับไวรัสฮันตา มีความเสี่ยงระบาดต่ำ แต่สำหรับอีโบลานั้น กำลังเผชิญกับสายพันธุ์ใหม่ที่มีผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ปัจจุบันไทยยังไม่พบผู้ป่วย แต่ได้ยกระดับคุมเข้มหน้าด่านอย่างสูงสุด โดยผู้ที่มีความเสี่ยงจะถูกส่งเข้าศูนย์กักกันทันที 

...

ทั้งนี้ ทางกรมฯ พบอุปสรรคสำคัญคือ ผู้เดินทางเข้าประเทศมีการย้ายโรงแรมที่พักด้วยตนเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาติดตามตัวพอสมควร 

พร้อมกันนี้ได้ฝากประเด็นให้กรรมาธิการช่วยสนับสนุนเรื่องงบประมาณและเพิ่มความชัดเจนเรื่องค่าตอบแทนความเสี่ยงของบุคลากรด่านหน้า

ขณะที่ ดร.ริชชาร์ด บราวน์ ผู้แทนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคอีโบลามีระยะฟักตัวสั้นกว่าฮันตาที่อาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ตรวจพบได้เร็วกว่า พร้อมกันนี้ได้กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่มีระบบเฝ้าระวังและป้องกันโรคที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตามได้เสนอแนะให้ไทยลงทุนระบบรับมือโรคระบาดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอนาคต เนื่องจากอาจมีความถี่สูงขึ้น โดยเน้นย้ำว่ามาตรการต่างๆ ต้องรักษาสมดุลไม่ให้กระทบต่อการค้ามากเกินไป

ขณะที่ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ ตัวแทนจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รายงานยืนยันว่าทางหน่วยงานมีมาตรการปฏิบัติที่รัดกุมและเฝ้าระวังผู้เดินทางอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมีบุคคลที่อยู่ในการจับตาเฝ้าระวังจำนวน 1 ราย ซึ่งอยู่ในการดูแลควบคุมที่สถาบันบำราศนราดูร

ในช่วงท้ายของการประชุม นายสกลธี ประธานกมธ.สธ. ได้สอบถามเกณฑ์การปรับลดวันกักตัวจาก 21 วัน ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า อาจมีการนำข้อมูลทางวิชาการและบริบทสังคมมาพิจารณาปรับรูปแบบใหม่ 

“ทางกรรมาธิการมีความอุ่นใจที่ได้เห็นมาตรการป้องกันที่รัดกุมของทุกหน่วยงาน และจะนำประเด็นเรื่องงบประมาณรวมถึงค่าเสี่ยงภัยของเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการผลักดันต่อตามที่ได้ฝากไว้”