“มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจหากได้เป็นผู้ว่าฯ ทำงานได้ทันที ไม่ต้องรอ บอก เบอร์อะไรก็ได้ที่ชนะ


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเป็นผู้สมัครในนามอิสระ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ช่วงหนึ่ง ว่า มีความมั่นใจ 100% และเตรียมความพร้อมมาทุกยุทธศาสตร์แล้วทั้งหมด 12 ยุทธศาสตร์ที่เรากำลังมีการเตรียมการกันไปและมีการประชุมระดมสมองหลายรอบเพราะทุกแผนและทุกปฏิบัติการของตนมีแผนรองรับทั้งหมดในการที่จะสามารถทำงานได้ทันที

เมื่อถามว่าคาดหวังอยากได้เบอร์อะไรเป็นพิเศษ นางมัลลิกา ตอบว่า “วันนี้ตั้งใจว่าถ้าได้เบอร์ที่ประชาชนกาได้ง่ายๆ ก็ดีเบอร์ไหนก็ได้ที่เป็นเบอร์ชนะ” ส่วนคำถามว่าจะต้องเป็นเลขตัวเดียวหรือไม่ “เป็นเบอร์อะไรก็ได้ที่ ดร.มัลลิกา ชนะ และจะได้เข้าไปเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ และจะได้ช่วยพี่น้องประชาชนทำงานและไม่ต้องรอ สามารถที่จะทำงานได้ทันที”

ทางด้านคำถามว่าปัญหาที่จะต้องเร่งแก้ของ กทม. ที่มองมา 4 ปีแล้วทนไม่ได้ นางมัลลิกา ตอบว่า จุดพีคที่สุดที่ทำให้เราตัดสินใจคือเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM มันกลายเป็นประเด็นที่พีค ทำให้ไม่สามารถทัดเทียมเมืองคนอื่นเขาได้เพราะว่ามีฝุ่นและมลพิษอันดับ 1 ของโลก ซึ่งจุดนี้ถ้าใครทนได้ก็คือทน แต่สำหรับตนและทีมงานทุกคนไม่ ดังนั้นเราคิดว่าการจัดการปัญหาฝุ่นมลพิษเรามาพร้อมแผนปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับ รวมถึงการบูรณาการ และตั้งเป้าว่าจะทำ MOU ร่วมกันกับกระทรวงเกษตรซึ่งจะมีกรมฝนหลวงและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวกับกรมควบคุมมลพิษ 

...

เพราะฉะนั้นตั้งมั่นไว้ว่า ความร่วมมือหลายฝ่ายจะสามารถทำให้ชัดเจนเร็วและไม่ต้องรอ เพราะเรื่องของฝุ่นและมลพิษ คุณภาพชีวิตของพลเมืองที่อยู่ที่นี่ทำให้เสียประสิทธิภาพทั้งทำงานและใช้ชีวิต แค่ใช้ชีวิตก็ยากแล้ว ไม่ควรจะใช้ชีวิตยากไปกว่านั้น ดังนั้นกรุงเทพฯมีหน้าที่ฟอกอากาศสะอาดให้กับประชาชน ซึ่งฝุ่น PM 2.5 คือจุดที่เราจะปฏิบัติการได้ทันที และคือจุดพีคที่สุดที่ทำให้เราตัดสินใจ 

แต่แผนปฏิบัติการทั้งหมด 12 ด้านของเรา นอกจากการใช้ AI นวัตกรรมในการครอบปฏิบัติการทุกอย่างแล้ว ยังมีเรื่องของ AI Traffic ซึ่งจะสามารถแก้ไขได้ดีกว่าเดิม รวมไปถึง AI Radar ที่จะตรวจจับก้อนเมฆเพื่อวางแผนการระบายน้ำ โดยประสิทธิภาพของผู้นำเมือง 

นอกจากนั้น ยังมีโครงการจับคู่กู้เงินที่เคยทำประสบความสำเร็จที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีจะทำให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วย SME ของกรุงเทพมหานครได้รอดพ้นจากวิกฤตหลังจากที่เรามีวิกฤตพลังงานและนอกจากนั้นยังมีการสร้างเมืองทำเมืองให้ไร้อาชญากรรมและอาจจะมีแผนปฏิบัติการตรวจตราเรื่องทุนเทาบ่อนเทาและเรื่องเทาทั้งหลายที่มาอาศัยเมืองใหญ่ของเราเพราะฉะนั้นปฏิบัติการพวกนี้เรามีความพร้อมอยู่แล้วในการที่จะทำหน้าที่นอกจากนั้นจะทำเรื่องเกี่ยวกับทำให้เมืองปลอดภัย 24 ชั่วโมง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ กลางคืนยังอยู่ข้างนอกบ้านได้

เราจะร่วมกับสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ วางแผนรองรับตำแหน่งงานที่จะต้องว่างในเมืองหลวงประมาณ 2-3 แสนตำแหน่ง ในช่วงสภาวะที่เราจะต้องเจอวิกฤตของอิหร่านและสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น ยังมีการขยายเมืองเพื่อที่จะให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Coffee Cafe ต่างๆ อินเทอร์เน็ตในเมือง 50 เขต เป็นต้น เพื่อที่จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้พื้นที่ เพราะกรุงเทพฯ มีความร้อน 120 วันต่อปี และพีคแตกต่างจากทุกๆ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์โลกร้อน และเราเป็นป่าคอนกรีตคนอาจจะไม่ทันคิดว่าโลกของเราร้อนขึ้น ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ ร้อนกว่า 35-38 องศาเซลเซียส ดังนั้นเราคิดว่าจะต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับทุกฝ่าย 

เราในฐานะที่เป็นผู้ว่าฯ กทม. จะทำโดยลำพังไม่ได้ ต้องมีความร่วมมือจากหลายๆ ฝ่าย จึงเรียกว่าบูรณาการ ต้องมีการทำข้อตกลงกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ของเราที่ทำงานมา 3 กระทรวง การเป็นมือทำงานให้กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมา ถ้ากรุงเทพฯ ต้องการผู้ว่าฯ ที่ทำงานโดยที่ปฏิบัติการได้ทันที เชื่อมั่นว่าเราและทีมงานสามารถทำให้ได้ ก็อยากจะให้ทุกคนเชื่อมั่นในสิ่งที่เราตั้งใจมาแต่บ้านเลย

ส่วนคำถามจะทำอย่างไรให้ความนิยมขึ้นมา นางมัลลิกา ระบุว่า ต้องขอบคุณทุกคน ที่ให้กำลังใจ โพลเหล่านั้นไม่ว่าจะทำจากจุดไหน ถือเป็นเสียงสะท้อนอย่างหนึ่งที่ต้องรับฟัง ขณะเดียวกันประชาชนอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้มีการแสดงออก ตนคิดว่ายังไม่ถึงจุดตัดสินใจว่าโพลไหนจะชี้นำประชาชนหรืออันไหนที่จะเป็นจุดที่ตัดสินใจไปแล้วเลย ซึ่งโพลก็พลิกได้ ถ้าประชาชนรู้ถึงความตั้งมั่น แน่วแน่ รู้ว่าเราทำจริงและสามารถทำได้รวดเร็ว

“สิ่งที่คุณจะสามารถมี ดร.มัลลิกา เป็นผู้ว่าฯ ได้นั่นก็คือ คุณจะได้เปลี่ยนเมืองใหญ่ทั่วโลกเพราะคุณจะได้พูดว่าปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องรอ 4 ปี ไม่ต้องไปต่อยอดอีก 8 ปี แต่คุณสามารถหายใจได้วันนี้ คุณสามารถที่จะใช้ชีวิตได้ในวันพรุ่งนี้ คุณสามารถมีอนาคตได้ทันทีและไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องรอว่าเราจะต้องเก่งขึ้นเท่าไหร่ และไม่ต้องรอที่จะต้องไปเรียนรู้งาน เพราะจริงๆ แล้ว ดร.มัลลิกา เคยเป็นผู้ช่วยของคุณชายสุขุมพันธุ์ (ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) ที่เคยเป็นผู้ว่าฯ กทม. มาก่อนแล้ว และทั้งหมด 50 เขตเราลงพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2550 แล้ว ขณะเดียวกันพื้นที่ปัญหาเมืองตั้งแต่ปี 50 จนกระทั่งปัจจุบันจะสังเกตเห็นได้ว่ายังไม่สามารถลดน้อยถอยปัญหาไปได้ ดังนั้นดิฉันเชื่อมั่นว่า ถ้าเกิดมัวแต่รอและมัวแต่รอ เราก็คิดว่าประชาชนจะสูญเสียไปเรื่อยๆ และเสียศักยภาพในเรื่องการดำเนินชีวิต”