“ชัชชาติ” ยัน ไม่มีสนับสนุนผู้สมัคร สก. ทีมไหน แจงไม่อยากให้ประชาชนสับสน แต่ยอมรับเห็นคนเก่งหลายคน ชี้หากได้คะแนนครั้งนี้น้อยก็ไม่เสียใจ ถ้าคนเลือกอีกแสดงว่าไว้ใจ ด้าน “ทวิดา” ระบุ ไม่มีพวกก็ทำงานได้
วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 6.25 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวี ถึงกรณีผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ สก. ที่ขึ้นแบรนด์เนอร์คู่กับตนเอง ยืนยันว่า ไม่ได้ support ใครหรือทีมไหน แต่ยอมรับว่าในอนาคตก็เห็นว่ามีคนทำงานเก่งที่อยู่หลายพรรค ทั้งพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มคนทำงาน ที่ตนเองเห็นว่ามีผู้สมัคร สก. ที่มีคุณภาพอยู่ แต่ไม่ได้สนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง ส่วนที่บางกลุ่มเอาหน้าของตนเองไปขึ้นรูปคู่ ก็ไม่อยากให้ประชาชนเข้าใจผิดเพราะตนเองยินดีทำงานกับทุกคน
เมื่อถามถึงทีมอดีตรองผู้ว่าฯ ทั้ง 4 คน ในยุคที่ผ่านมา จะได้กลับมาร่วมงานกันเหมือนเดิมหรือไม่ นายชัชชาติ ระบุว่า ตนเองไม่กล้ารับปาก ว่าจะอยู่หรือไม่ แต่ทุกคนก็อยู่ในทีมงานช่วยกัน เพราะหลายคนมีประสบการณ์ ตนเองก็มีทีมงานเป็นร้อยคนและมีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา
เมื่อถามว่าครั้งนี้หากได้กลับเข้ามานั่งตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.อีกจะทำอะไรไปอย่างแรก นายชัชชาติ กล่าวว่า มี 250 อย่าง เพราะกทม.ไม่มีสิ่งแรก ส่วนสิ่งสำคัญคือสิ่งที่ทำอยู่คือเรื่องเศรษฐกิจเพราะเป็นหัวใจสำคัญ ขณะที่การลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ก็ไม่หนักใจ จะทำให้ดีที่สุด ส่วนรอบนี้จะได้เยอะหรือไม่ก็แล้วแต่ประชาชน ได้เยอะก็ดีได้น้อยก็ไม่ได้เสียใจอะไรขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
เมื่อถามว่าทำไมคนกรุงเทพฯ ต้องเลือกนายชัชชาติกลับมาอีกครั้ง นายชัชชาติ กล่าวว่า หากเลือกผมก็คือไว้ใจผมแค่นั้นเอง ถ้าหากประชาชนจะเลือกใครก็ขอให้ไว้ใจคนนั้น ว่าทำงานได้ ซื่อสัตย์สุจริตและเห็นแก่ส่วนรวมแค่นั้นเอง
...
ต่อมารองศาสตราจารย์ทวิดา กมลเวชช และนายต่อศักดิ์ โชติมงคล ทีมงานชัชชาติ ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐทีวีเพิ่มเติมถึงเรื่องทีมไม่มี สก. จะมีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร โดยรองศาสตราจารย์ทวิดา กล่าวว่าที่ผ่านมาก็ทำได้ ความขัดแย้งเรื่องนโยบายเป็นเรื่องปกติ หากทั้งสภา กทม. เป็นพวกเราหมดใครจะตรวจสอบเรา การไม่มีพรรคเป็นของเราเอง ไม่ใช่ว่าเราจะทำงานไม่ได้ แต่หากเราขนคนเข้ามา 50 คน แล้วเสียงอื่นๆ และความแตกต่างก็ไม่มี หากมีทีมอื่นเข้ามาจะทำให้เราทำงานรอบคอบขึ้น จึงต้องมีการถกเถียงกันด้วยข้อมูล เพื่อให้นโยบายที่ตอบโจทย์ทุกคน ไม่ได้ตอบโจทย์คนใดคนหนึ่ง
เมื่อถามว่าหากย้อนกลับไป 4 ปี อยากจะแก้อะไร นายต่อศักดิ์ ระบุว่าอยากแก้เรื่องสภา กทม. นี่แหละ ดังนั้นสภากับ กทม. ควรจะนั่งคุยกันตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ แล้วมาดูกลางปี และปลายปี แต่เรายังไม่เห็น