“อัครเดช” ซัดร่าง พ.ร.บ.ศาลทหารพรรคประชาชน เปิดช่องแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ชี้ดึงคนนอกนั่ง คณะกรรมการของศาลยุติธรรม ไม่สอดคล้องหลักการศาล เสี่ยงกระทบอิสระตุลาการ


นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ซึ่งมีทั้งร่างของคณะรัฐมนตรี และร่างที่เสนอโดยนายเอกราช อุดมอำนวย และ นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.พรรคประชาชน โดยระบุว่า ตนสนับสนุนร่างของคณะรัฐมนตรี แต่ไม่เห็นด้วยกับร่างของฝ่ายค้าน เนื่องจากมีหลักการบางประการที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระของศาลทหาร


นายอัครเดช กล่าวว่า ร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอโดยกระทรวงกลาโหม เป็นการปรับปรุงสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีต่อศาลทหารได้โดยตรง รวมถึงสิทธิในการอุทธรณ์ในระหว่างประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งมีสมาชิกรัฐสภาหลายคนอภิปรายสนับสนุนไปแล้ว


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของร่างที่เสนอโดยฝ่ายค้าน ซึ่งให้เหตุผลว่า กฎหมายเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2498 และมีบทบัญญัติหลายมาตราไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันนั้น นายอัครเดช ระบุว่า ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ากฎหมายดังกล่าวมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาโดยตลอด และปัจจุบันเป็นฉบับแก้ไขปี 2558 ซึ่งถือเป็นการแก้ไขครั้งที่ 8 ไม่ใช่กฎหมายที่ไม่เคยได้รับการปรับปรุงตามที่กล่าวอ้าง


นายอัครเดช ยังตั้งข้อสังเกตถึงการแก้ไของค์ประกอบคณะกรรมการตุลาการทหาร โดยร่างดังกล่าวมีการเพิ่มผู้แทนจากศาลปกครองสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานศาลปกครอง และอัยการสูงสุด เข้ามาเป็นกรรมการ ซึ่งมองว่าเป็นการนำบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับศาลทหาร ทั้งที่แต่ละองค์กรในกระบวนการยุติธรรมควรมีขอบเขตอำนาจแยกจากกันและไม่ก้าวก่ายกัน อีกทั้งการให้อัยการสูงสุดเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการดังกล่าว อาจกระทบต่อหลักการแบ่งแยกบทบาทในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประกอบด้วยต้นน้ำคือพนักงานสอบสวน กลางน้ำคืออัยการ และปลายน้ำคือศาล

...


“เราไม่เคยเห็นบุคคลจากศาลอื่นเข้าไปนั่งในคณะกรรมการของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง เพราะแต่ละศาลมีขอบเขตอำนาจของตนเอง แต่ร่างนี้กลับเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการตุลาการทหาร” นายอัครเดช กล่าว


นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อเสนอให้มีอำนาจร้องเรียนต่อคณะกรรมการตุลาการทหาร หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการพิจารณาคดี พร้อมให้อำนาจตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ว่าอาจกลายเป็นช่องทางให้เกิดการแทรกแซงการพิจารณาคดีของศาลทหารได้ เพราะแม้ฝ่ายนิติบัญญัติเองยังไม่สามารถก้าวก่ายการพิจารณาคดีของศาลได้ เพราะต้องคุ้มครองความเป็นอิสระของผู้พิพากษา แต่ร่างดังกล่าวกลับเปิดช่องให้คณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบหรือสืบสวนกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งอาจกระทบต่อหลักอิสระของศาล


นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้หลักการบางเรื่อง เช่น การเพิ่มสิทธิให้ผู้เสียหายหรือสิทธิในการประกันตัว จะเป็นสิ่งที่เห็นด้วย แต่เมื่อรายละเอียดในร่างยังมีปัญหาและอาจส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรม จึงไม่สามารถรับหลักการของร่างฝ่ายค้านได้ และขอสนับสนุนเฉพาะร่างของคณะรัฐมนตรีเพื่อเข้าสู่การพิจารณาในชั้นต่อไปเท่านั้น