“วสวรรธน์” นั่งประธาน กมธ.ต่างประเทศ บี้ กต. แจงปม MOU 44 ย้ำชัดการทูตกัมพูชาไม่ต้องรีบร้อน เตือนรัฐบาลฟังเสียง-เยียวยาแผลใจคนชายแดน


วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายวสวรรธน์ พวงพรศรี รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย รวมถึงกองเขตแดน เพื่อพิจารณาศึกษาและรับฟังข้อชี้แจงในประเด็นร้อนเรื่องแนวทางการยกเลิก MOU 44 และทิศทางการดำเนินความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคี

นายวสวรรธน์ ระบุว่า ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้รับทราบข้อมูล ข้อกฎหมาย รวมถึงผลกระทบในทุกมิติ และได้เสนอข้อสังเกตสำคัญไปยังกระทรวงการต่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องคำนึงถึงความรู้สึกและสภาพจิตใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนเป็นสำคัญ เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ยังคงมีบาดแผลและความเจ็บปวดจากเหตุการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

“การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องสร้างสมดุลระหว่างหลักการทางการทูตกับความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะประชาชนตามแนวชายแดนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งด้านความปลอดภัย วิถีชีวิต และความเชื่อมั่นต่อรัฐไทย การทูตกับกัมพูชาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน การพูดคุยหรือเจรจาใด ๆ ควรเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความจริงใจ และการแสดงออกที่ชัดเจนถึงความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่ต้องดูจากการกระทำด้วย” นายวสวรรธน์ กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ยังได้ยื่นข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เร่งปรับปรุงการสื่อสารข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ MOU 44 ต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมา และเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง เพื่อให้การกำหนดท่าทีและนโยบายด้านการต่างประเทศของไทย สะท้อนถึงผลประโยชน์สูงสุดและความรู้สึกของประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง

...