นายกฯ ย้ำชัดไม่ติดหนี้บุญคุณพรรคส้ม เพราะยุบสภาให้แล้ว สวนกลับ “เท้ง” ภูมิใจไทยไม่ใช่เอเจนท์สีน้ำเงิน แต่เป็นผู้สร้างจิตสำนึกรักสถาบันฯ 


วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมากล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้กับ “ระบอบสีน้ำเงิน”ว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นเอเจนท์ แต่เป็น "Manufacturer" (ผู้ผลิต) และเป็นผู้สร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน 

นายกรัฐมนตรีบอกด้วยว่า หากจะกล่าวถึงระบอบสีน้ำเงินแล้ว ไม่ใช่หมายถึงเฉพาะสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น แต่ต้องรวมถึงความเป็นประเทศไทยทั้งหมด หากเรามีความซื่อสัตย์ จงรักภักดี และเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันฯ ถ้าใครจะมาบัญญัติศัพท์นี้มันก็คือประเทศไทย ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่เอเจนท์และไม่ต้องตั้งตัวแทนจำหน่ายแต่อย่างใด ส่วนท่าทีของนายณัฐพงษ์ที่ออกมาเปิดประเด็นนี้ ตนมองว่า “ไม่เป็นไรหรอก เอาที่สบายใจ”

เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ควรมีหมวดองคมนตรี และมีการทวงบุญคุณทางการเมืองกัน นายกรัฐมนตรีได้ตอบประเด็นนี้ว่า พรรคภูมิใจไทยเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในบริบทของเราเรียบร้อยแล้ว เราติดหนี้บุญคุณประชาชนเท่านั้น ขอบคุณพรรคส้มแต่ไม่ได้ติดหนี้ และเรื่องมันแล้วกันไปหมดแล้ว ถ้าจะบอกว่าโหวตให้ตนเป็นนายกฯ สมัยแรก และต่อมาหัวหน้าพรรคประชาชนก็ร้องขอให้ตนยุบสภาระหว่างอภิปรายแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตนก็ยุบสภาให้แล้ว ก็ถือว่าจบกันตรงนั้น

นายกรัฐมนตรี ย้ำเสียงแข็งว่า การที่ตนมายืนอยู่ตรงจุดนี้ในปัจจุบัน เป็นผลมาจากการตัดสินใจของประชาชน ผ่านการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงมาเป็นพรรคอันดับหนึ่ง และในการจัดตั้งรัฐบาลชุดนี้ ก็ไม่มี สส. ของพรรคประชาชนมาโหวตสนับสนุนตนเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้น ตนจึงไม่ได้ติดค้างบุญคุณอะไรกับพรรคประชาชนอีก

...

ส่วนกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันไม่ขอโทษกลุ่ม สว. ที่ถูกพาดพิงเรื่องระบอบสีน้ำเงิน นายอนุทิน ชี้แจงว่า ตนไม่ได้เป็นคนเรียกร้องให้เขามาขอโทษ เรื่องนี้เป็นประเด็นระหว่างพรรคประชาชนกับกลุ่ม สว. ซึ่งเป็นคู่กรณีก่อนหน้านี้ ส่วนตัวตนและพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่คู่กรณีในเรื่องนี้