อธิบดีกรมการปกครอง บี้ทุจริตสายเทา แจง กมธ.ปกครอง เดินหน้าปราบขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียน ลั่นข้าราชการเอี่ยวทุจริตไม่มีที่ยืน
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน “DOPA N.I.C.E.” ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการปกครอง โดยมี นายธนยศ ทิมสุวรรณ เป็นประธาน เพื่อรายงานแผนและแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน
นายนฤชาได้ชี้แจงว่า ภารกิจด้านทะเบียนราษฎรและบัตรประจำตัวประชาชน ถือเป็น “โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลความมั่นคง” ของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันกรมการปกครองกำลังเร่งรัดการให้สถานะบุคคลและสัญชาติไทยแก่ชนกลุ่มน้อยและบุคคลไร้รัฐกว่า 483,626 คน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยได้ปรับลดระยะเวลาการพิจารณาจากเดิม 270 วัน เหลือเพียง 5 วัน และขยายเวลารับคำร้องไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570
อย่างไรก็ตาม จากมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติของรัฐบาล พบว่ามีเครือข่ายทุนสีเทา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการฟอกเงิน พยายามอาศัยช่องโหว่ของระบบทะเบียนราษฎรเพื่อฟอกสถานะบุคคลและถือครองทรัพย์สินในหลายรูปแบบ เช่น การสวมสิทธิคนไทย แจ้งเกิดเท็จ สวมตัวทำบัตรประชาชน และการสมรสอำพราง
กรมการปกครองจึงได้จัดตั้ง “คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E. : National Identity Crime Enforcement)” ขึ้นมาบดขยี้ขบวนการทุจริตเหล่านี้โดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาได้กวาดล้างปฏิบัติการครั้งใหญ่ไปแล้วหลายคดี
กรมการปกครองยังได้เปิดเผยถึง “5 จุดเสี่ยงสำคัญ” ของระบบทะเบียนที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้ช่องโหว่ในการโจรกรรมอัตลักษณ์ ได้แก่ 1. การแจ้งเกิดและใช้เอกสารรับรองปลอม 2. การเพิ่มชื่อในทะเบียนโดยใช้พยานเท็จ 3. การย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านโดยไม่ได้อยู่อาศัยจริง 4. การสวมตัวทำบัตรประชาชน และ 5. การจดทะเบียนสมรสอำพรางเพื่อให้บุตรได้สัญชาติไทย
...
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวทิ้งท้ายอย่างดุดันว่า กรมการปกครองกำลังเร่งยกระดับระบบทะเบียนราษฎรและการพิสูจน์ตัวบุคคลด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติ พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด และขอยื่นคำขาดว่า “หากพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์หรือทุจริตทางทะเบียน จะดำเนินมาตรการทางวินัยและกฎหมายอย่างเด็ดขาดที่สุด จะไม่มีที่ยืนให้ผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด” เพื่อรักษาความมั่นคงสูงสุดของประเทศ