เตือนผู้มีสิทธิ “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. - สก. 2569” หากไปไม่ได้ต้องแจ้ง “เหตุไม่ไปใช้สิทธิ” ทำได้ทั้งก่อนและหลังวันเลือกตั้ง แจ้งผ่านออนไลน์ได้ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจถูกจำกัดสิทธิ 2 ปี
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 เปิดหีบเวลา 08.00 - 17.00 น. โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันรับสมัครรับจะเปิดรับสมัครในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569
สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. แต่หากไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งได้ สามารถแจ้งเหตุจำเป็นได้ 7 วันก่อนเลือกตั้ง และ 7 วันหลังเลือกตั้ง หากไม่แจ้งเหตุจำเป็นอาจทำให้ถูกจำกัดสิทธิต่างๆ ดังนี้
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใดที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้เนื่องจากมีเหตุอันสมควร ให้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งต่อนายทะเบียนท้องถิ่น (ผอ.เขต) ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง คือวันที่ 21-27 มิถุนายน 2569 หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง คือวันที่ 29 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2569 โดยทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุเลขประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน
- แจ้งด้วยตนเอง
- มอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
- จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
- การแจ้งเหตุผ่านเว็บไซต์ www.ect.go.th หรือ แอปพลิเคชัน Smart Vote
- ทางเว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย www.bora.dopa.go.th
...
เหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- มีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ห่างไกล
- เจ็บป่วยและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุและไม่สามารถเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้
- เดินทางออกนอกราชอาณาจักร
- มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากที่เลือกตั้งเกินกว่า 100 กิโลเมตร
- ได้รับคำสั่งจากทางราชการให้ไปปฏิบัติหน้าที่นอกเขตเลือกตั้ง
- มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นที่ กกต. กำหนด
กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้แจ้งเหตุไว้แล้ว หากในวันเลือกตั้งเหตุดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งได้
ไม่ไปเลือกตั้ง-ไม่แจ้งเหตุไม่ไปเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ถูกจำกัดสิทธิดังนี้
1. สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น (ส.ถ.) หรือผู้บริหารท้องถิ่น (ผ.ถ.) หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
2. สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
3. เข้าชื่อร้องขอให้ถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
4. ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
5. ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น
6. ดำรงตำแหน่งเลขานุการประธานสภาท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่นและเลขานุการรองประธานสภาท้องถิ่น
ทั้งนี้ การถูกจำกัดสิทธิ กำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง