พรรคภูมิใจไทย มีไม่โหวตส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ให้ดีเอสไอ แจงเจ้าตัวประสงค์จะเข้ารับการสอบสวน แนะไปได้เลย ไม่ต้องเป็นภาระสภาฯ ลงคะแนน ปัดอุ้ม ชี้ ไม่ไปวันนี้ หลังปิดประชุมก็ต้องไป
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงผลการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ทำหนังสือขอตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สงขลา พรรคกล้าธรรม เพื่อสอบสวนในคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุระเบียบวาระเร่งด่วนขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ว่า เบื้องต้นทราบว่าเจ้าตัวมีการโพสต์ระบุมีความประสงค์ที่จะให้ปากคำตามที่ DSI ได้ออกหนังสือ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเห็นว่า หากจะเดินทางไปให้ปากคำสามารถไปได้เลยพรุ่งนี้เช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระของสภาฯ
โฆษกพรรคภูมิใจไทย เผยต่อไปว่า แต่โดยหลักของหลักการเรื่องของการดูแล สส. ในสมัยเปิดประชุม ที่ผ่านมาจะมีการปกป้องสมาชิกในสมัยก่อน เนื่องจากเสียงในที่ประชุมสภาฯ นั้นมีเสียงปริ่มน้ำทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน เพื่อปกป้องไม่ให้มีการใช้อำนาจทำให้เสียงของฝ่ายหนึ่งฝ่ายลดลง ซึ่งหลักการดังกล่าวถูกใช้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยได้มีการพูดคุยกันว่าจะใช้หลักการที่มีอยู่ แต่ก็ต้องรอดูว่าเจ้าตัวจะร้องขอหรือไม่ แต่ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับสมัยประชุมสภาฯ ชุดที่แล้ว ที่มีการอนุมัติให้ สส.ท่านหนึ่ง เดินทางเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่สุดท้ายสภาฯ ก็ไม่ได้มีการพิจารณา เนื่องจาก สส.คนดังกล่าวไปมอบตัวเอง
เพราะฉะนั้น สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ก็หวังว่าคงจะไม่ต้องให้สภาฯ ต้องมาลงมติ หากเจ้าตัวยินยอมพร้อมใจไปตามที่ตั้งใจ แต่หากต้องถึงขั้นตอนการลงมติ ในความเป็นจริงนั้น อีก 1 เดือนครึ่ง ก็จะถึงเวลาปิดสมัยประชุม ไม่ว่าวันพรุ่งนี้หรืออีก 1 เดือน เจ้าตัวก็ต้องไปให้ปากคำตามที่ DSI ร้องขออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องเงื่อนไขระยะเวลาก็จะมองอีกมุมได้ว่า ในบางเรื่องไม่ใช่เรื่องของการตัดสิน แต่เป็นการเชิญไปสอบสวน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกมองได้ว่าฝ่ายผู้มีอำนาจกลั่นแกล้งให้ฝ่ายค้านมีเสียงลดลงหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องของหน่วยงาน เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยไม่มีความประสงค์จะให้เสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลดลงไปจากการโหวตของ สส. ด้วยกันเอง
...
เมื่อถามย้ำว่าหากเมื่อถึงขั้นตอนการลงมติ พรรคภูมิใจไทยจะโหวตส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ นางสาวแนน บุญย์ธิดา กล่าวว่า คงต้องขึ้นอยู่กับนายชนนพัฒฐ์เอง หากเดินทางไปให้ปากคำด้วยตนเองแล้วแจ้งมายังสภาฯ เรื่องนี้ก็จบ ไม่ต้องมีการโหวต แต่ถ้าหากจะต้องมีการมาพูดคุยกันในที่ประชุมสภาฯ ก็จะต้องดูท่าทีว่า นายชนนพัฒฐ์ มีความเห็นในประเด็นของตนเองอย่างไรบ้าง แต่โดยหลักการเราเป็นพรรครัฐบาล เราไม่ต้องการตัดเสียงของฝั่งใดฝั่งหนึ่งโดยวิธีการเช่นนี้
นางสาวแนน บุญย์ธิดา ระบุอีกว่า หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ เจ้าตัวก็ต้องเดินทางไปให้ปากคำอยู่ดี ไม่สามารถหลีกหนีสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ย้ำว่า เอกสิทธิ์ สส. ไม่ใช่ว่าเป็น สส. 4 ปี แล้วได้ครอบคลุมทั้ง 4 ปี แต่คลุมเฉพาะช่วงระยะเวลาสมัยประชุมเท่านั้น เนื่องจากต้องปกป้องเสียงของฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้วิธีการลดทอนเสียงเพื่อให้ตัวเองเป็นเสียงข้างมากแล้วชนะ
ทางด้านคำถามว่า หากมองอีกมุมหนึ่ง พรรคภูมิใจไทยอุ้มหรือปกป้อง นายชนนพัฒฐ์ หรือไม่ น.ส.แนน บุญย์ธิดา ย้ำว่า เราไม่ได้มองว่าเซฟ หรืออุ้มใคร หรือพยายามช่วยใคร ต้องอธิบายให้ชัดเพราะมีหลายคนสับสนว่าใช้เอกสิทธิ์ แต่เอกสิทธิ์ สส. ใช้ได้เฉพาะช่วงเปิดประชุมสภาฯ เท่านั้น เวลาเราพิจารณากฎหมายแล้วเสนอประชุมแค่ 4 เดือน เมื่อปิดสมัยประชุมถ้ามีเรื่องต้องสะสางก็ต้องไป จะมาใช้เอกสิทธิในช่วงสมัยปิดประชุมไม่ได้.