“พริษฐ์” ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยฝ่ายค้านจ่อยื่นประธานรัฐสภาสัปดาห์หน้า ส่งศาลฎีกาฟัน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” ชวนสังคมจับตา จี้ กกต. เร่งส่งศาลคดีฮั้ว สว.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาฟันคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหลังมีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้นว่า ปัจจุบันร่างคำร้องได้ถูกส่งเวียนให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ สว. ที่ประสงค์จะร่วมลงชื่อแล้ว และจะปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ก่อนนำไปยื่นประธานรัฐสภาในสัปดาห์หน้า
นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี 89 สว. รวมตัวแถลงข่าวตอบโต้เรื่องระบอบสีน้ำเงิน ว่า ขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้สังคมจับตากรณีการรวมตัวของ สว. อีกกลุ่มหนึ่ง จำนวนกว่า 130 คน ซึ่งปรากฏรายชื่ออยู่ในสำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 16 ของ กกต.โดยคณะไต่สวนชุดดังกล่าว มีมติเสนอให้ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลรวม 229 คน ในกรณีการฮั้วการเลือกตั้ง สว. บุคคลกลุ่มนี้ประกอบด้วย สว. กว่า 130 คน รวมถึงเครือข่ายพรรคการเมือง รัฐมนตรี และนักการเมืองระดับชาติต่างๆ รวมอีกกว่า 90 คน กกต.จะต้องพิจารณาตัดสินใจภายในระยะเวลา 1 เดือนนับจากนี้ ว่าจะมีมติส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีตามข้อเสนอของคณะไต่สวนฯ หรือจะมีมติยกคำร้อง และพับคดี ทั้งนี้ หาก กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปยังศาล จะก่อให้เกิดข้อครหา และสังคมตั้งคำถามว่า การตัดสินใจดังกล่าว มีสาเหตุมาจากการที่กรรมการ กกต. จำนวน 4 จาก 7 คน ได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งจาก สว. ที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในสำนวนคดีนี้หรือไม่
...
ท้า “อนุทิน” ไขก๊อก หากประชามติ รธน. รอบ 2 ไม่ผ่าน
นายพริษฐ์ ยังตอบคำถามประเด็นเรื่องระบอบสีน้ำเงิน จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ว่า เรื่องนี้มีความท้าทายแน่นอน และตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้สำเร็จได้ คือเสียงของประชาชนทั้ง 21 ล้านเสียง ที่ทำประชามติ ที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เสียงประชาชน 21 ล้านเสียงยังมีความหมายต่อการทำประชามติรอบสอง เพราะหากพรรคภูมิใจไทย จะอาศัยเสียงข้างมากในสภาฯ และวุฒิสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ให้เป็นไปตามร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราได้วิจารณ์ไปแล้วว่าร่างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะผูกขาดและกินรวบ ทำให้อำนาจในการชี้ขาดเนื้อหาไปตกอยู่กับ สว.
“หากเป็นเช่นนั้นจนรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะรับผิดชอบอย่างไร เพราะหากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดทำประชามติ แล้วรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน แล้วผลประชามติออกมาไม่เป็นตามนั้น เราก็มักจะเห็นนายกฯ แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การทำประชามติในประเทศอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกับรัฐบาลไม่เกิน 3 วันนายกฯก็ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ”