รัฐบาลหนุนบทบาทไทยบนเวทีโลก “สตง.” นั่งประธาน INTOSAI WGEA วาระ 6 ปี ขับเคลื่อนมาตรฐานตรวจสอบสิ่งแวดล้อมสากล


วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบการดำรงตำแหน่งประธานและเลขาธิการคณะทำงานด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ (INTOSAI Working Group on Environmental Auditing : INTOSAI WGEA) วาระปี พ.ศ. 2568 – 2574 ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พร้อมเห็นชอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนข้อมูลเชิงเทคนิค ภารกิจ และการดำเนินงาน เพื่อเสริมบทบาทของประเทศไทยบนเวทีการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมระดับโลก


นางสาวลลิดา  กล่าวว่า สตง. ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานและเลขาธิการ INTOSAI WGEA ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2567 และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการในการประชุมสมัชชาองค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดระหว่างประเทศ ครั้งที่ 25 ณ เมืองชาร์มเอลเชค สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยมีวาระการดำรงตำแหน่งรวม 6 ปี


INTOSAI WGEA เป็นคณะทำงานสำคัญด้านการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมของโลก มีบทบาทส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนามาตรฐานและแนวทางการตรวจสอบสิ่งแวดล้อม การวิจัย การฝึกอบรม และความร่วมมือระหว่างองค์กรตรวจเงินแผ่นดินของประเทศสมาชิก โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)


นางสาวลลิดา กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับบทบาทดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาคมระหว่างประเทศต่อศักยภาพของไทยด้านธรรมาภิบาลและการตรวจสอบภาครัฐ โดย สตง. จะต้องขับเคลื่อนแผนงานระดับนานาชาติ อาทิ การจัดประชุมวิชาการ การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย และการพัฒนาแนวทางตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับประเทศสมาชิกทั่วโลก

...


ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งได้แสดงความพร้อมสนับสนุนภารกิจของ สตง. เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ มลพิษ พลังงาน น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงเทคโนโลยีดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ


รัฐบาลยังเห็นว่า บทบาทดังกล่าวจะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้าน “การตรวจสอบสิ่งแวดล้อมเชิงดิจิทัล” ในเวทีโลก และสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม


“รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของ สตง. เพื่อให้ประเทศไทยมีบทบาทเชิงรุกในเวทีระหว่างประเทศ สร้างความน่าเชื่อถือด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และผลักดันความร่วมมือระดับโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” รองโฆษกฯ กล่าว.