“อภิสิทธิ์” เปิดแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ใช้ AI นำร่องตรวจ “โครงการ AI ภาครัฐ” พบกว่า 1,200 โครงการ ใช้งบฯกว่า 4,200 ล้าน วนอยู่แค่ 3 กลุ่มบริษัท ลักษณะถือหุ้นไขว้ - บริจาคเงินให้พรรคการเมือง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการตรวจสอบข้อมูล โครงการใช้งบประมาณหน่วยงานของภาครัฐ ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสพรรคครบรอบ 80 ปี และรักษาสัญญาในการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์เพื่อรณรงค์ให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูล ความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการใช้แพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ซึ่งเบื้องต้นยังใช้เป็นการภายในของพรรคในการติดตามตรวจสอบการใช้งบฯ การจัดซื้อ จัดจ้างในโครงการต่างๆของภาครัฐที่น่าสนใจ โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มโครงการของรัฐนำมาวิเคราะห์ จาก AI กลุ่มงานแรกที่พรรคตรวจสอบคือ โครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ AI ของภาครัฐ ซึ่งมี 1,276 โครงการ รวมงบประมาณ 4,271 ล้านบาท ที่หลายโครงการไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ อาทิ โครงการยกระดับทักษะด้าน AI ของคนไทย หรือ AI Passport ที่มีความเสี่ยงการทุจริตสูง พรรคกังวลว่า จะมีการทุจริต และภาครัฐไม่มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง แต่หน่วยงานรัฐกลับอ้างโครงการ AI เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ทั้งที่ข้อมูลเหล่านี้ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว
...
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า โดยจะตรวจสอบ TOR และรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ซึ่งพบว่า สุ่มเสี่ยงการทุจริต ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นไปตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ( OECD ) กำหนด ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายใน 2 ปีนี้ เราพบว่า ในงบประมาณกว่า 4,200 ล้านบาท แต่มีความเกี่ยวข้องแค่ 3 บริษัทเอกชน ที่มีส่วนกับการจัดซื้อจัดจ้างโครงการทั้งหมด ยังพบความเชื่อมโยงในการถือหุ้นไขว้ หรือความเกี่ยวข้องของผู้บริหารใน 3 บริษัท มีการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองใดบางพรรค ทั้งนี้ในฐานะฝ่ายค้าน เราจะใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงการอื่นๆ ที่ขณะนี้เรากำลังไล่พิจารณาหลายโครงการที่มีรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) และที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ที่เริ่มมีปัญหา ซึ่งรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงมีการชะลอบางโครงการ พรรคกำลังติดตามว่า เหตุใดจึงมีการปรับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีเบาะแสความผิดปกติ หรือความไม่ชอบมาพากลในโครงการต่างๆของรัฐ สามารถแจ้งให้ข้อมูลมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่พรรคจะได้ใช้แพลตฟอร์มนี้ตรวจสอบ ทั้งนี้ หากระบบมีความเสถียรแล้ว ก็จะมีการเปิดใช้ให้ประชาชนเข้าถึงต่อไป
“ขอสื่อสารถึงรัฐบาล ที่เพิ่งมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน และนายกรัฐมนตรี อยากให้มีการป้องกันการทุจริตด้วยการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบว่า รัฐบาลไม่ต้องมีโครงการแพงๆ เพราะพรรคได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้แล้ว จึงขอให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ทำให้รัฐมีความโปร่งใสด้วย ทั้งนี้ หากพบว่า ข้อมูลการทุจริตที่ร้ายแรงพอเราจะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป แต่เบื้องต้นยังสามารถใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบได้ เช่น กลไกของกรรมาธิการ สภาฯ การตั้งกระทู้ถาม หรือการเสนอญัตติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว