พรรคประชาชนร่วม Pride Month เชียงใหม่ ประกาศก้าวต่อไปผ่าน 3 วาระหลักแก้ไขกฎหมายให้สอดรับกับสมรสเท่าเทียม  ผลักดันร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ และยุติความรุนแรงทางเพศ


วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชน โดย นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พร้อมด้วย เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส. เชียงใหม่ เขต 1, พุธิตา ชัยอนันต์ สส. เชียงใหม่ เขต 4, สมชิด กันธะยา สส. เชียงใหม่ เขต 5,เอกราช อุดมอำนวย สส. กทม. พร้อมทีมงานพรรคประชาชน ได้ร่วมขบวน Chiang Mai Pride Festival 2026 เริ่มเดินจากพุทธสถานเชียงใหม่ สู่ไนท์บาซาร์ ถึงประตูท่าแพ ปีนี้จะมีการร่วมลงนามใน MOU “Inclusive City” เพื่อผลักดันเชียงใหม่สู่เมืองแห่งความเท่าเทียมด้วย


โดยเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกๆ ในประเทศไทยที่ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride Month) ซึ่งเป็นวาระสำคัญของโลกที่จะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ในฐานะเมืองที่มีประวัติศาสตร์จากเหตุการณ์ “เสาร์ซาวเอ็ด” เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนนำไปสู่การเรียกร้องเรื่องการยุติความรุนแรงต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยในเวลาต่อมา


แม้ประเทศไทยมีการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อ 23 มกราคม 2568 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ ที่ยืนยันว่า “สิทธิสมรส” ไม่ได้เป็นอภิสิทธิ์ที่กลุ่มเพศหลากหลายเรียกร้อง แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับอย่างถ้วนหน้า 


แต่ในความเป็นจริง ปัญหาความไม่เท่าเทียมทางเพศและการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่ม LGBTQ+ ยังคงเกิดขึ้น เป็นข้อยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีการทำงานทางความคิดควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนส่วนใหญ่ในสังคมสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในทุกมิติ

...


พรรคประชาชน พร้อมเดินหน้าทำงานทั้งในสภาและนอกสภา เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและการโอบรับความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยให้ก้าวหน้าต่อไป ผ่าน 3 วาระหลัก

1. ติดตามการทบทวนและแก้ไขกฎหมายให้สอดรับกับสมรสเท่าเทียม เนื่องจากปัจจุบันยังมีกฎหมายบางฉบับที่จำกัดสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงทำให้ผู้หญิงและผู้ชายทั่วไปมีสิทธิไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะรัฐมนตรีต้องเร่งแก้ไข

2. ผลักดันร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ เพื่อเป็นหลักประกันว่าในสังคมไทยต้องไม่มีใครถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การสูญเสียโอกาสในการทำงาน การเข้าถึงบริการสาธารณะ หรือสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ เพียงเพราะอัตลักษณ์ทางเพศหรือความแตกต่างใดๆ

3. ผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยุติความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัว