“ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี” ประกาศชิผู้ว่าฯ กทม. ชูกรุงเทพฯ ปลอดภัย 24 ชม. มอง 4 ปี “ชัชชาติ” ทำงานได้แต่ยังไม่ดีเต็มที่ ขอโอกาสคนกรุง ปัด “ลุงป้อม” หนุนหลัง บอกลงในนามอิสระ คุยกับคนได้ทุกกลุ่ม
วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวเปิดนโยบาย วิสัยทัศน์ และแนวคิดในการขับเคลื่อนเมืองหลวงของเรา พร้อมเปิดตัวทีมงานและแม่ทัพมืออาชีพในด้านต่างๆ ที่พร้อมจะเข้ามาอาสารับใช้และร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ที่สมาคมธรรมศาสตร์ (สาทร)
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า งานของผู้ว่าฯ กทม. เป็นความท้าทาย ในอนาคตจะต้องเป็นผู้ว่าฯ ที่ไม่ใช่ทำงานเฉพาะกรอบภายในของกรุงเทพฯ แต่จะต้องได้ผู้ว่าฯ ที่มองออกไปนอกกรอบของ กทม. ต้องได้ผู้ว่าฯ ที่ตนเองขอใช้คำว่าผู้ประสาน 10 ทิศ เพราะปัญหาจริงแล้วของกรุงเทพฯ จะพบว่าอำนาจอยู่ในมือของผู้ว่าฯ กทม. ที่เป็นอำนาจโดยการกำหนดกฎหมายต่างๆ มีแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น แต่เลยไปจากนั้นเป็นอำนาจของส่วนราชการอื่น จึงทำให้วิธีการแก้ปัญหาที่ผ่านมาติดขัด
พร้อมกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ จึงจำเป็นจะต้องเลือกผู้ที่ประสานทั้ง 10 ทิศ และคนที่มีความสามารถอย่าง “หม่อมกร” ผ่านการทำงานทางการเมือง จะเป็นคู่แข่งขันที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมอันดับหนึ่ง เป็นทั้งคนเก่งและคนดี มีแนวคิดและนิสัยที่ดี จึงมั่นใจว่าแคนดิเดตที่ดีที่สุดสำหรับผู้ว่าฯ กทม. ในครั้งนี้คือ ม.ล.กรกสิวัฒน์
...
จากนั้น ม.ล.กรกสิวัฒน์ เปิดตัวด้วยการกล่าวว่า ตนเองไม่มีแบ็กอัพคอยหนุนหลัง มีแต่ประชาชนหนุนหลัง ขออาสามาเป็นป้อมปราการสุดท้าย ให้ประชาชน ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ที่มองปัญหาไว้ล่วงหน้า ต้องเป็นคนที่กล้าท้าชนคนกินส่วย ใช้ระบบสยบโกง ต้องเป็นสถาปนิกที่มองเห็นถึงความยั่งยืน สร้าง กทม. เป็นเมืองที่สร้างขยะเป็นขุมทรัพย์ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องเป็นเหมือนผู้ประสานสิบทิศ ทำงานได้กับทุกคน เพื่อทำให้นโยบายเป็นจริง
“วันนี้ผมมาอาสาเป็นแม่ทัพเพื่อรับศึกหนัก เพื่อพาคน กทม. เดินหน้าไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย เราจะรื้อระบบเก่าและสร้างระบบใหม่ สร้างเมืองที่ปลอดภัยกับลูกหลานชาว กทม. ตลอดไป เรามาเดินไปเปลี่ยนอนาคตกรุงเทพฯ ไปพร้อมๆ กัน”
จากนั้น ม.ล.กรกสิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจลงในนามอิสระ และได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้วว่า สก. มีหลากสี และอิสระก็มี ดังนั้น ตนต้องการที่จะสื่อสารหรือกล้าทำงานได้กับทุกสี อย่างไร้รอยต่อ จึงควรลงอิสระ เพราะคิดว่าเราจะได้เข้าได้กับทุกคน เป็นสิ่งที่ได้นำเรียนพล.อ.ประวิตร ขอลงในนามอิสระ
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ท่านก็บอกให้ทำไป และได้จับศีรษะตนถือเป็นการให้พร ท่านไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ณ ปัจจุบันไม่ยุ่งเลย และการลงในนามอิสระของตน ข้อดีก็คือนโยบายต่างๆ ตนตอบได้อย่างเต็มที่ เต็มปากว่าไม่มีบทจากพรรคการเมือง ว่าตนจะต้องพูดหรือไม่พูดอะไร ดังนั้น สิ่งที่เห็นบนเวทีมาจากใจอยากจะแก้ไขปัญหา กทม. จริงๆ อะไรก็ตามตนยินดีรับข้อเสนอ และยินดีรับนำไปเป็นนโยบายได้เลย เพราะเป็นตัวของตนเอง ทีมงานและที่ปรึกษาที่เข้ามาช่วยทั้งหมด ล้วนแต่เป็นคนเก่งทั้งสิ้น
ผู้สื่อข่าวถามต่อ ดูเหมือนว่ากระแสนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ค่อนข้างแรงมาก มีอะไรที่จะสู้ได้บ้างกับกระแสนิยม ม.ล.กรกสิวัฒน์ ระบุว่า ต้องเรียนว่านายชัชชาติ มีโอกาสทำงานมา 4 ปี แต่การทำ 4 ปีนั้น ก็ยังมีข้อที่ตนคิดว่าตนเพิ่มเติมได้ หลายเรื่องที่ประชาชนมองเป็นผลงาน อย่าง Traffy Fondue ซึ่งเป็นผลงานของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ทำมาตั้งแต่ปี 2561 แต่กลับมาดังในสมัยนายชัชชาติ ซึ่งตนมองว่าตนสามารถต่อยอดสิ่งเหล่านั้นได้
ความจริงกระแสเพราะนายชัชชาติได้ทำงานมาก่อน แต่จริงๆ อยากให้พี่น้องประชาชนตระหนักว่าเราอยู่ในวิกฤติ ทั้งพลังงาน สงคราม เศรษฐกิจ วันนี้เราต้องการคนที่นอกจากทำงานแม่บ้าน ซึ่งหน้าที่นี้ ผอ.เขต เป็นผู้ดำเนินการอยู่ และเราต้องการคนที่เป็นแม่ทัพที่จะนำพาฝ่าวิกฤติไปให้ได้ เพราะตอนนี้เชื่อว่าวันนี้วิกฤติยังมาไม่เต็ม เชื่อว่าสินค้าและการจ้างงาน จะมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ต้องให้โอกาสคนที่มองเห็นปัญหา และตนคิดว่าคนมองเห็นปัญหาเหล่านี้และมีแนวทางแก้ไขตามที่ได้แถลงไป คิดว่าเราพร้อมที่จะทำงานให้ กทม. ให้ดีที่สุด
สำหรับ การแถลงเปิดตัววันนี้ ม.ล.กรกสิวัฒน์ ยังได้เปิดตัวทีมที่ปรึกษา ประกอบด้วย นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานที่ปรึกษาด้านการเงินการคลัง, นายอาทิตย์ เล่าสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวางผังสถาปัตย์ ทีมงานผู้ว่าฯ แนวคิดกรุงเทพทัศนวิไล Bangkok Scenephisticate, นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาพลเมือง, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขและสังคม และ พล.ต.นพรัตน์ แป้นแก้ว ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ด้านความปลอดภัย