“เต้ มงคลกิตติ์” นำ “ภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์” ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมทีม ลงพื้นที่สยามสแควร์ ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” ช่วยให้คนโสดมีโอกาสพบคู่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ (BANGKOK CAN FLY) พร้อมด้วย นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ หรือ หน่อง ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นางสาวภคอร จันทรคณา ว่าที่ผู้สมัครรองผู้ว่าฯ กทม. ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ และทีมรองผู้ว่าฯ ร่วมกันลงพื้นที่บริเวณสยามพารากอน และสยามสแควร์ แขวงและเขตปทุมวัน กทม. เพื่อพบปะประชาชนและนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องคนกรุงเทพฯ
นายภาสพงศ์ เปิดเผยว่า กลุ่มกรุงเทพบินได้ มีนโยบายสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจร มลพิษฝุ่น PM 2.5 และปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะการช่วยเหลือกลุ่มไรเดอร์ ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และแรงงานนอกระบบ ผ่านมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนพิจารณาสนับสนุนกลุ่มกรุงเทพบินได้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้
ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มไรเดอร์ได้ร้องเรียนปัญหาถูกแพลตฟอร์มหักค่ารอบส่งสูงถึง 25-40% จึงมีแนวคิดผลักดันพัฒนา แอปพลิเคชัน “TEM7” เพื่อช่วยลดภาระค่าธรรมเนียม โดยตั้งเป้าหักค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 5% เท่านั้น เพื่อช่วยให้ไรเดอร์มีรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับวินรถจักรยานยนต์ ตุ๊กๆ และผู้ขับขี่รถสาธารณะ ที่มีประมาณ 170,000 คน วงเงินคนละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยประมาณ 2-3% ต่อปี โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นผู้ค้ำประกัน เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
...
ขณะเดียวกัน ยังมีนโยบายช่วยเหลือผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ด้วยการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันการกู้หนี้นอกระบบ พร้อมเปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มกรุงเทพบินได้มีนโยบายรวมกว่า 30 นโยบาย หนึ่งในนโยบายที่ถูกพูดถึง คือ แนวคิดจัดตั้ง “สำนักงานจัดหาคู่” สำหรับคนกรุงเทพฯ เพื่อช่วยให้คนโสดมีโอกาสพบคู่ ผ่านระบบจับคู่ด้วย AI โดยจะมีสำนักงานประจำเขตต่างๆ ทำหน้าที่ประสานข้อมูลและนัดหมายพบปะกัน
นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงการบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ที่มีวงเงินรวมกว่า 120,000 ล้านบาท ว่า จะตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อลดงบประมาณที่เกินความจำเป็นและปัญหาคอร์รัปชัน ก่อนนำงบประมาณส่วนดังกล่าวมาพัฒนาสวัสดิการประชาชน อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้เด็กอายุ 0-18 ปี มีประมาณ 900,000 คน โดยเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือวันละ 100 บาท ในวันที่ไปโรงเรียน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 บาท เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองในกรุงเทพฯ
รวมไปถึงแนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง ทั้งการจัดระเบียบสายไฟ สายสื่อสาร การพัฒนาคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และคลองสายต่างๆ ให้สะอาดมากขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมเสนอแนวคิดศึกษาแนวทางจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อนำรายได้กลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
สำหรับในช่วงเย็น จะลงพื้นที่บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ และเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนวันพรุ่งนี้ (24 พฤษภาคม 2569) ทีมกรุงเทพบินได้ เตรียมเดินสายพบประชาชนในพื้นที่โรงเรียนบดินทรเดชา, เดอะมอลล์บางกะปิ และตลาดบางกะปิต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงพื้นที่บริเวณพารากอน และสยามสแควร์ พบว่าได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาที่เข้ามาขอถ่ายรูปกันจำนวนมาก บางรายเข้ามาขอทำคอนเทนต์ด้วยกันโดยให้ทำท่าแมวเหมียว และมีเด็กเข้ามาสอบถามว่าจะมีไดโนเสาร์เมื่อไหร่ และอยากให้ส่งคนไปดาวอังคาร.